ESG EARTH ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ESG EARTH, บริษัทด้านสื่อ/ข่าวสาร, กรุงเทพมหานคร, Suan Luang.

"Growing sustainably to create meaningful impact --- for the planet, for peopele for the future."
เติบโตอย่างยั่งยืน สร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อโลก เพื่อคน เพื่ออนาคต

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์/ลงโฆษณา
[email protected]

ติดต่อโฆษณา
คุณกานต์ 062-264-9664

KJL ปักหมุดองค์กรสีเขียว รับฉลากคาร์บอนองค์กร ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมสู่ Net Zeroนายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บ...
28/05/2026

KJL ปักหมุดองค์กรสีเขียว รับฉลากคาร์บอนองค์กร ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมสู่ Net Zero
นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL เข้ารับประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอน (Carbon Footprint for Organization : CFO) ในพิธีมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอน จัดโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย โดยมีนายวิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นประธานมอบประกาศนียบัตร การได้รับประกาศนียบัตรครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ KJL ในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ผ่านการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ พร้อมนำมาตรการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาใช้ในกระบวนการดำเนินงานขององค์กร เพื่อลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศในการมุ่งสู่ Carbon Neutrality และ Net Zero Emission อีกทั้งยังตอกย้ำบทบาทของบริษัทในฐานะผู้นำธุรกิจที่เติบโตควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
________
#ฉลากคาร์บอนองค์กร #องค์กรสีเขียว #ธุรกิจยั่งยืน #ลดก๊าซเรือนกระจก #อุตสาหกรรมไฟฟ้า #ผู้นำอุตสาหกรรม #สิ่งแวดล้อม #องค์กรยั่งยืน #พลังงานสะอาด

SMO และกลุ่มบริษัท รับมอบประกาศนียบัตร CFOเดินหน้ายกระดับองค์กรสีเขียว สู่เป้าหมาย Net Zeroนายณัฐวุฒิ โกศลวรวัฒนกุล ผู้อ...
28/05/2026

SMO และกลุ่มบริษัท รับมอบประกาศนียบัตร CFOเดินหน้ายกระดับองค์กรสีเขียว สู่เป้าหมาย Net Zero
นายณัฐวุฒิ โกศลวรวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สายงานสำนักงาน บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO เป็นตัวแทนบริษัทฯ สาขาพนม, สาขาท่าชนะ, สาขาสระบุรี และ เป็นตัวแทนบริษัท มิตรประสงค์กรีนเพาเวอร์ จำกัด และ บริษัท เอ แอล ปาล์ม จำกัด เข้ารับประกาศนียบัตร เครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอน (Carbon Footprint for Organization : CFO) ในงานพิธีมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอน ประจำปี 2569 จัดโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ณ ห้อง Conference Hall สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ถนนแจ้งวัฒนะ โดยมี ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นประธานมอบประกาศนียบัตร
การได้รับประกาศนียบัตรในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SMO และกลุ่มบริษัท ในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการและการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมนำมาตรการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการดำเนินงานขององค์กร เพื่อลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการมุ่งสู่ Carbon Neutrality และ Net Zero Emission
ทั้งนี้ การได้รับประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอนในครั้งนี้ ยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของบริษัทในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติอีกด้วย
_______
#กลุ่มสมอทอง #ฉลากคาร์บอนองค์กร #องค์กรสีเขียว #ธุรกิจยั่งยืน #ลดก๊าซเรือนกระจก #สิ่งแวดล้อม #พลังงานสะอาด #อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน

“ไทยอินโนฟู้ด” เขย่าวงการอาหารไทยในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ปักธง “The Next Generation of Nham” พลิก “แหนมไทย” สู่ ...
27/05/2026

“ไทยอินโนฟู้ด” เขย่าวงการอาหารไทยในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ปักธง “The Next Generation of Nham” พลิก “แหนมไทย” สู่ “แหนมยุคใหม่” เตรียมเปิดตัว “แหนมพลัส” สิงหาคมนี้
ท่ามกลางกระแสการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารโลก บริษัท ไทยอินโนฟู้ด จำกัด เตรียมประกาศก้าวสำคัญบนเวที THAIFEX – Anuga Asia 2026 ระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤษภาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Next Generation of Nham” ยกระดับ “แหนมไทย” จากอาหารพื้นบ้าน สู่ “แหนมยุคใหม่” ที่ผสานเอกลักษณ์ความอร่อยแบบไทยเข้ากับนวัตกรรมการผลิตสมัยใหม่ พร้อมเตรียมเปิดตัว “แหนมพลัส” อย่างเป็นทางการครั้งแรกในเดือนสิงหาคมนี้
นายภาคภูมิ หอมสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอินโนฟู้ด จำกัด กล่าวว่า “เราไม่ได้มองแหนมเป็นเพียงอาหารดั้งเดิม แต่เรามองว่าแหนมคือ Cultural Food Product ที่สามารถพัฒนาไปสู่ระดับโลกได้ ถ้าวันนี้เกาหลีมีกิมจิ ญี่ปุ่นมีนัตโตะ ไทยเองก็สามารถสร้าง ‘แหนม’ ให้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์อาหารที่มีศักยภาพในตลาดโลกได้เช่นกัน”
“เป้าหมายของเราคือการทำให้คนรุ่นใหม่กลับมามองแหนมในมุมมองใหม่ ทั้งในฐานะของการเป็นอาหารที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ มีมาตรฐานระดับสากลรองรับ และเป็นอาหารที่มีนวัตกรรมอยู่เบื้องหลัง ด้วยคอนเซปต์ ‘แหนม+’ กับแนวคิด ‘พลัสทุกความจัดจ้าน พลัสทุกคุณค่า ต้องแหนมดอนเมือง กม.26’”
จากความมุ่งมั่นในการพัฒนาแบรนด์ “แหนมดอนเมือง กม.26” และ “สุทธิลักษณ์” อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแตกต่างและมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมแหนมไทย บริษัทฯ ได้ร่วมวิจัยและพัฒนากับ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สถาบันโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จนค้นพบเอกลักษณ์สำคัญของแหนมดอนเมืองที่มีรสชาติคงที่ มีความปลอดภัย และมีคุณภาพจากกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน โดยมีจุลินทรีย์สายพันธุ์เฉพาะ Pediococcus pentosaceus TIF536 ซึ่งคัดสรรมาจากต้นเชื้อดั้งเดิมของแหนมดอนเมือง
ทั้งนี้ แนวคิด “แหนมพลัส” ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างรอบด้าน ภายใต้ 4 จุดเด่นสำคัญ ได้แก่ การยกระดับมาตรฐานการผลิตด้วยการรับรองระดับสากล ทั้ง GHPs, HACCP และเครื่องหมายเชลล์ชวนชิม,การคัดสรรคุณภาพผ่านกรรมวิธีการหมักนานกว่า 72 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่โดดเด่น, การออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบ Easy Peel ที่ช่วยให้รับประทานได้สะดวกยิ่งขึ้น ตลอดจนการพัฒนารสชาติให้มีความจัดจ้านมากขึ้น พร้อมเสริมคุณประโยชน์ด้วยจุลินทรีย์สายพันธุ์ดี Pediococcus pentosaceus TIF536 ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์แหนมในรูปแบบใหม่อย่างลงตัว
ภายในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤษภาคม 2569
ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ไทยอินโนฟู้ดจะถ่ายทอดเรื่องราววิวัฒนาการของ “แหนมไทย” ตั้งแต่ Generation แรกจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการนำเสนอนวัตกรรมและแนวคิดใหม่ๆ ที่ต่อยอดจากองค์ความรู้ด้านจุลินทรีย์และเทคโนโลยีอาหาร เพื่อพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคต อาทิ แหนมตุ้มจัมโบ้ แหนมแท่งยักษ์ และผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอื่น ๆ จากแหนมไทย
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนการทรานส์ฟอร์มแบรนด์ของไทยอินโนฟู้ด แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับ “แหนมไทย” สู่มิติใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารไทยบนเวทีโลก พร้อมชวนผู้บริโภคร่วมติดตามการเดินทางของ “The Next Generation of Nham” ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

🌍 25 พฤษภาคม: วันปลอดพลาสติกสากล (International Plastic Free Day)มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนโลก! วันนี้คือวันที่ชวนใ...
25/05/2026

🌍 25 พฤษภาคม: วันปลอดพลาสติกสากล (International Plastic Free Day)
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนโลก! วันนี้คือวันที่ชวนให้พวกเราทุกคนหันกลับมามอง "ขยะพลาสติก" โดยเฉพาะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastics) ตัวการใหญ่ที่กำลังทำร้ายสิ่งแวดล้อมโลกอย่างเงียบๆ

วันสำคัญนี้ริเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 2021 โดยองค์กรสิ่งแวดล้อม Free the Ocean (FTO) เพื่อจุดประกายให้ผู้คนลดการพึ่งพาพลาสติกในชีวิตประจำวัน และเปิดใจลองใช้ผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติมากขึ้น

🚫 ชวนงด ชวนลด อะไรบ้างในวันนี้?
ลองเริ่มง่ายๆ แค่ 1 วัน โดยปฏิเสธพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งเหล่านี้:

ถุงพลาสติก & กล่องโฟม บรรจุอาหาร

หลอดพลาสติก & ขวดน้ำ ที่ใช้แล้วทิ้ง

บรรจุภัณฑ์ ที่ไม่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้

"เริ่มจาก 1 วัน สู่พฤติกรรมที่ยั่งยืน"
เป้าหมายไม่ใช่การหักดิบ แต่คือการเริ่มต้นจาก "หนึ่งวันปลอดพลาสติก" (One Plastic Free Day) เพื่อสร้างความเคยชินใหม่ที่จะช่วยเปลี่ยนโลกในระยะยาว

การลดใช้พลาสติกไม่ใช่แค่การช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหรือปกป้องธรรมชาติเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วมันคือการปกป้องสุขภาพและอนาคตของพวกเราทุกคน 💚

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก: เว็บไซต์ Free the Ocean

#วันปลอดพลาสติกสากล #ลดขยะพลาสติก #กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

“แลคตาซอย” เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพคนไทยร่วมงาน “วันดื่มนมโลก ที่บิ๊กซี ปีที่ 11”บริษัท แลคตาซอย จำกัด นำโดย นางสาวมัลลิกา...
22/05/2026

“แลคตาซอย” เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพคนไทยร่วมงาน “วันดื่มนมโลก ที่บิ๊กซี ปีที่ 11”
บริษัท แลคตาซอย จำกัด นำโดย นางสาวมัลลิกา จิรพัฒนกุล ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายขาย ร่วมงาน “วันดื่มนมโลก ที่บิ๊กซี ปีที่ 11” สนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงโภชนาการที่ดีและมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนในทุกช่วงวัย โดยแลคตาซอยได้นำผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลืองมาร่วมแจกให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมสัมผัสความอร่อย พร้อมจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราคาพิเศษให้กับลูกค้าทั่วประเทศตลอดช่วงแคมเปญ ระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม - 24 มิถุนายน 2569
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (The Food and Agriculture Organization : FAO) กำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันดื่มนมโลก (World Milk Day) โดยแลคตาซอย ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพผ่านโภชนาการที่ดี และการเลือกเครื่องดื่มที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน
สามารถหาซื้อแลคตาซอยหลากหลายรสชาติได้ที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือช้อปออนไลน์ได้ทาง Lactasoyshop.com และติดตามกิจกรรมดีๆ แบบ active lifestyle ได้ที่ Facebook/ IG/ TikTok : Lactasoy
________
#แลคตาซอย #วันดื่มนมโลก #สุขภาพดี #โภชนาการที่ดี #นมถั่วเหลือง #เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ #ดื่มนมทุกวัน #สายสุขภาพ #สุขภาพดีเริ่มที่ตัวเรา #แจกความอร่อย #โปรโมชันพิเศษ #ดื่มนมโลก #เครื่องดื่มสุขภาพ #นมถั่วเหลืองแลคตาซอย #สายเฮลท์ตี้ #ช้อปออนไลน์ #สุขภาพทุกวัย #โปรโมชั่นบิ๊กซี

แอปเปิลแดซเซิล (Dazzle™) รุกตลาดไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในฤดูกาล 2569 ตั้งเป้าเจาะฐานผู้บริโภคทั่วไทย แอปเปิล “แดซเซิล” ...
22/05/2026

แอปเปิลแดซเซิล (Dazzle™) รุกตลาดไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในฤดูกาล 2569
ตั้งเป้าเจาะฐานผู้บริโภคทั่วไทย
แอปเปิล “แดซเซิล” (Dazzle™) แอปเปิลสายพันธุ์พรีเมียมจากนิวซีแลนด์ พร้อมรุกตลาดไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในฤดูกาล 2569 ต่อยอดความสำเร็จจากการเปิดตัวในกลุ่มค้าส่งเมื่อปีที่ 2568 โดยในปีนี้ แดซเซิล (Dazzle) ยังคงมุ่งเน้นการขยายการเติบโตและเพิ่มการเข้าถึงในช่องทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง สำหรับการเริ่มต้นฤดูกาลในปีนี้ จะเปิดฉากด้วยกิจกรรมส่งเสริมการขายในตลาดค้าส่ง ณ ตลาดไท เพื่อย้ำถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ต่อประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย
แดซเซิล (Dazzle) เป็นแอปเปิลที่วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในประเทศนิวซีแลนด์ และปลูกในพื้นที่อ่าวฮอว์ค (Hawke’s Bay) โดยได้รับการยอมรับในระดับสากล จากคุณลักษณะอันโดดเด่นด้วยเปลือกสีแดง เนื้อสัมผัสกรอบอร่อย และรสชาติหวานตามธรรมชาติ อันเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างสรรค์มาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวเอเชีย และพฤติกรรมการบริโภคผลไม้เพื่อสุขภาพในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะ
ในปี 2569 นี้ แดซเซิล (Dazzle) มีแผนเดินหน้าสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมสื่อสารทางการตลาดที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้เป็นต้นไป อาทิ การร่วมงานกับเหล่าผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด หรือ KOLs การโฆษณาผ่านสื่อนอกบ้านในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ (MRT) รวมถึงการเปิดตัวเว็บไซต์ภาษาไทย เพื่อเป็นแพลตฟอร์มหลักในการสื่อสารของแบรนด์ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงแผนกลยุทธ์เชิงรุก เพื่อสร้างการรับรู้ จดจำและกระตุ้นให้เกิดการทดลองชิมผลิตภัณฑ์ พร้อมส่งเสริมการมองเห็นของผลิตภัณฑ์ในทุกช่องทางค้าปลีกหลัก
ความคิดริเริ่มเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนความพยายามในภาพรวมของ แดซเซิล (Dazzle) เพื่อเสริมสร้างการรับรู้ของแบรนด์ (Brand Visibility) ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขยายโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในตลาดผลไม้นำเข้าเกรดพรีเมียมของประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีสำหรับผลไม้นำเข้าระดับพรีเมียม โดยได้รับแรงสนับสนุนจากผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ตลอดจนให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และแหล่งที่มาของผลไม้ ซึ่งอุดมไปด้วยใยอาหารและสารอาหารที่จำเป็น ทำให้ แดซเซิล (Dazzle) ยังคงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยผ่านช่องทางทั้งค้าส่งและค้าปลีกในตลาดผลไม้สดของประเทศไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความกรอบจากนิวซีแลนด์กับแอปเปิลแดซเซิล (Experience the Crunch of New Zealand with Dazzle™)” ได้แล้ววันนี้ที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ ได้แก่ แม็คโคร (Makro), กูร์เมต์ มาร์เก็ต (Gourmet Market), โลตัส (Lotus’s) และ บิ๊กซี (Big C) โดยในปีที่ 2 ของการทำตลาดในประเทศไทย แบรนด์ยังคงมุ่งมั่นการสร้างการรับรู้ในระยะยาว พร้อมทั้งเพิ่มการเข้าถึงของผู้บริโภคในกลุ่มผลไม้นำเข้าระดับพรีเมียมในไทยให้เกิดขึ้น
______
#แอปเปิลแดซเซิล #ผลไม้นำเข้า #ผลไม้พรีเมียม #สายสุขภาพ #กินดีอยู่ดี #ตลาดผลไม้พรีเมียม #ผลไม้นิวซีแลนด์ #ตลาดไท

“สวนดุสิตอรุณ” ชวนฟิตกลางเมือง กับกิจกรรม “Aerobic in the Park” ทุกวันพุธกลุ่มดุสิตธานี เดินหน้าต่อยอดแนวคิด “พื้นที่สีเ...
20/05/2026

“สวนดุสิตอรุณ” ชวนฟิตกลางเมือง กับกิจกรรม “Aerobic in the Park” ทุกวันพุธ
กลุ่มดุสิตธานี เดินหน้าต่อยอดแนวคิด “พื้นที่สีเขียวเพื่อชุมชน” จัดกิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้ง “Aerobic in the Park” ณ สวนดุสิตอรุณ ชั้น 6 ซึ่งตั้งอยู่ภายในโครงการ ‘ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค’ (Dusit Central Park) เนรมิตสวนลอยฟ้าใจกลางย่านธุรกิจให้เป็นพื้นที่ส่งเสริมสุขภาพสำหรับทุกคน ชูไลฟ์สไตล์ Active สุขภาพดี เข้าถึงง่าย และเปิดให้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
สวนดุสิตอรุณ ถูกออกแบบให้เป็น “ปอดของชุมชน” ท่ามกลางเมืองใหญ่ เติมเต็มพื้นที่สีเขียว โดยเชื่อมต่อแนวคิดระบบนิเวศเมืองกับสวนลุมพินี เพื่อเอื้อต่อการไหลเวียนของลมและธรรมชาติ เปิดเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับการพักผ่อน ออกกำลังกาย และใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติในทุกวัน
สำหรับกิจกรรม “Aerobic in the Park” นำเทรนด์ออกกำลังกายยอดนิยมจากสวนลุมพินีมาสู่สวนลอยฟ้า โดยได้ทีมครูผู้สอนมืออาชีพจาก Dance for U (ทีมเดียวกับสวนลุมพินี) มานำเต้นอย่างสนุกและปลอดภัย พร้อมการสนับสนุนจาก Lululemon และทีมช่างภาพ DGI ที่ร่วมบันทึกบรรยากาศความประทับใจให้ผู้เข้าร่วม
รายละเอียดกิจกรรม
• วัน-เวลา: ทุกวันพุธ เวลา 18.00 – 19.00 น.
• สถานที่: สวนดุสิตอรุณ ชั้น 6
• ค่าเข้าร่วม: ฟรี! ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า
ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE Official Account:
_______
#สวนดุสิตอรุณ #ดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค #ออกกำลังกาย #แอโรบิก #สายสุขภาพ #สวนลอยฟ้า #พื้นที่สีเขียว #สวนกลางเมือง #กิจกรรมฟรี #ออกกำลังกายฟรี #สวนลุมพินี #สุขภาพดีเริ่มได้ทุกวัน #กรุงเทพมหานคร #กิจกรรมกรุงเทพ #สายฟิต

ปตท.สผ. จัดงานมอบรางวัลการประกวดนวัตกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ครั้งที่ 4 โครงการ PTTEP Teenergy ปีที่ 10 พร้อมจัดเสวนา...
20/05/2026

ปตท.สผ. จัดงานมอบรางวัลการประกวดนวัตกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ครั้งที่ 4 โครงการ PTTEP Teenergy ปีที่ 10 พร้อมจัดเสวนา “THE NEXT WAVE”
วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 – 16.30 น. บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ขอเชิญร่วมงาน มอบรางวัลการประกวดนวัตกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ครั้งที่ 4 โครงการ PTTEP Teenergy ปีที่ 10 ภายใต้แนวคิด “ทะเลเพื่อชีวิต” หรือ Ocean for Life ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1 ล้านบาท ภายในงานพบกับเสวนาพิเศษ “THE NEXT WAVE” โดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเบลล่า – ราณี แคมเปน นักแสดงสาว ร่วมแบ่งปันมุมมองด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม งานจัดขึ้น ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ
นิสิต นักศึกษาและผู้สนใจ เข้าร่วมงานฟรีโดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้กับเยาวชนนักพัฒนานวัตกรรมรุ่นใหม่ทั้ง 15 ทีม หรือรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง Facebook: PTTEP CSR (สอบถามเพิ่มเติม โทร. 081-775-0862-3)
______
#ทะเลเพื่อชีวิต #อนุรักษ์ทะเล #นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม #เยาวชนรักษ์โลก #ดรธรณ์ #เบลล่าราณี #นวัตกรรมเยาวชน #ทรัพยากรทางทะเล

วว. คว้ารางวัลเวทีนานาชาติ  ITEX 2026 @ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซียจากผลงาน “ผลิตภัณฑ์สารทำน้ำใสจากเถ้าปาล์มเพื่...
20/05/2026

วว. คว้ารางวัลเวทีนานาชาติ ITEX 2026 @ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย
จากผลงาน “ผลิตภัณฑ์สารทำน้ำใสจากเถ้าปาล์มเพื่อบำบัดและปรับปรุงคุณภาพน้ำ”
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) นำผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม “ผลิตภัณฑ์สารทำน้ำใสจากเถ้าปาล์มเพื่อบำบัดและปรับปรุงคุณภาพน้ำ” (Palm Ash–based Water Clarifying Agent for Water) ซึ่งเป็นนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่ช่วยยกระดับคุณภาพน้ำอย่างยั่งยืน เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงในงาน "The 37th International Invention, Innovation & Technology Exhibition" (ITEX 2026) สนับสนุนโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ระหว่างวันที่ 18 – 20 พฤษภาคม 2569 ณ Kuala Lumpur Convention Centre (KLCC) กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย โดยมี ดร.เรวดี อนุวัฒนา ผู้อำนวยการ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ (ศนว.) พร้อมด้วย ดร.ณิชา พริกใย นักวิจัย ศนว. เป็นผู้นำเสนอผลงานในครั้งนี้
โอกาสนี้ผลงาน วว. “ผลิตภัณฑ์สารทำน้ำใสจากเถ้าปาล์มเพื่อบำบัดและปรับปรุงคุณภาพน้ำ” สามารถคว้ารางวัลสำคัญจากเวที ITEX 2026 รวม 3 รางวัล ได้แก่
1.รางวัล ITEX 2026 SILVER MEDAL เป็นรางวัลเหรียญเงินจากการประกวดนวัตกรรมระดับนานาชาติ สะท้อนถึงศักยภาพของผลงานด้านความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาเทคโนโลยี และศักยภาพในการนำไปใช้ประโยชน์จริงในระดับสากล
2.รางวัล NRCT SPECIAL AWARD รางวัลพิเศษจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบให้แก่ผลงานสิ่งประดิษฐ์ งานวิจัย และนวัตกรรมที่มีความโดดเด่นเป็นเลิศ
3.รางวัล WIIPA SPECIAL AWARD เป็นรางวัลพิเศษจาก World Invention Intellectual Property Associations หรือ WIIPA ซึ่งเป็นองค์กรเครือข่ายด้านสิ่งประดิษฐ์และทรัพย์สินทางปัญญาระดับนานาชาติ มอบให้แก่ผลงานที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพในการพัฒนาสู่ระดับนานาชาติ
รายชื่อคณะผู้ประดิษฐ์ “ผลิตภัณฑ์สารทำน้ำใสจากเถ้าปาล์มเพื่อบำบัดและปรับปรุงคุณภาพน้ำ” ของ วว. ประกอบด้วย 1.ดร.เรวดี อนุวัฒนา ผู้อำนวยการ ศนว. 2.ดร.ณิชา พริกใย นักวิจัย ศนว. 3.นายสาโรจน์ กลางกองสรรพ นักทดลองวิทยาศาสตร์วิจัย ศนว. 4.นางสาวปัทมาพร พ่วงงานพันธุ์ นักวิจัย ศนว. 5.นางสาวสุภิญญา สุทธิมา ลูกจ้างทั่วไป ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม (ศนพ.) และ 6.นายวรพงษ์ พัทยาวรรณ ลูกจ้างทั่วไป ศนพ.
ทั้งนี้ ITEX 2026 เป็นเวทีประกวดและนำเสนอผลงานของนักประดิษฐ์จากประเทศต่างๆ ซึ่งจัดขึ้นมากกว่า 30 ปี เป็นหนึ่งในนิทรรศการการประกวดสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งในเอเชีย และเป็นเวทีที่นักประดิษฐ์และนักวิจัยจากนานาประเทศให้การตอบรับเข้าร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการประดิษฐ์คิดค้น จัดโดย Malaysian Invention and Design Society (MINDS) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการส่งเสริมสิ่งประดิษฐ์และการออกแบบของมาเลเซีย ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงการวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งมาเลเซีย ในงาน ITEX 2026 มีผลงานประดิษฐ์คิดค้นจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน มหาวิทยาลัย องค์กรและสถาบันด้านการประดิษฐ์ต่างๆ จากหน่วยงานนานาชาติเข้าร่วมประกวดและจัดแสดง ร่วม 1,000 ผลงาน อาทิ แอลจีเรีย ฟิลิปปินส์ โอมาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย มาเก๊า ซาอุดีอาระเบีย สิงคโปร์ กาตาร์ ไต้หวัน และประเทศไทย เป็นต้น
โดยในปี 2026 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้นำทัพสิ่งประดิษฐ์ ผลงานวิจัย และนวัตกรรมจากประเทศไทยร่วมนำเสนอในงาน 2026 จำนวนมากกว่า 200 ผลงาน จาก 48 หน่วยงานที่เข้าร่วมประกวด นับเป็นอีกก้าวสำคัญของงานวิจัยไทย ที่มุ่งสร้างนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม และแสดงศักยภาพสู่เวทีโลก
________

Chalique แบรนด์ไทยโตไกลตลาดโลก ต้อนรับลูกค้าสหรัฐฯ เจรจานวัตกรรมใหม่ หลังยอดตอบรับพุ่งท่ามกลางแนวโน้มการเติบโตของตลาดควา...
20/05/2026

Chalique แบรนด์ไทยโตไกลตลาดโลก
ต้อนรับลูกค้าสหรัฐฯ เจรจานวัตกรรมใหม่ หลังยอดตอบรับพุ่ง
ท่ามกลางแนวโน้มการเติบโตของตลาดความงามและสุขภาพระดับโลกที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “Clean Beauty”, “Natural Ingredients” และ “Sustainable Wellness” มากขึ้น บริษัท เซนโซเรียล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพแบบครบวงจร (OEM/ODM) เดินหน้าขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ลูกค้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาเดินทางเข้าเยี่ยมชมโรงงานและหารือความร่วมมือทางธุรกิจเพิ่มเติม หลังผลิตภัณฑ์เซรั่มสเต็มเซลล์ที่เริ่มสั่งผลิตตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับที่ดีจากตลาดและผู้บริโภคในสหรัฐฯ
ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว สะท้อนถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาสินค้าความงามที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ทั้งในด้านคุณภาพ มาตรฐาน และนวัตกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ระดับพรีเมียมที่เน้นผลลัพธ์ด้านการฟื้นบำรุงผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ลดความหมองคล้ำ และช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์สำคัญของตลาดความงามในหลายประเทศ
ผลิตภัณฑ์เซรั่มดังกล่าวพัฒนาภายใต้แนวคิด “Natural Innovation & Clean Beauty” โดยเลือกใช้นวัตกรรมสารสกัดระดับโลก “PhytoCellTec Stem Cell” ซึ่งเป็นสารสกัดสเต็มเซลล์จากพืชที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลในด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย จุดเด่นของสารสกัดชนิดนี้ คือการช่วยเสริมความแข็งแรงของผิว ฟื้นบำรุงผิวที่อ่อนล้า ลดเลือนริ้วรอย และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ออร์แกนิก วีแกน (Vegan) และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ยังได้รับการพัฒนาและควบคุมภายใต้มาตรฐานการผลิตระดับสากล พร้อมคัดสรรวัตถุดิบที่มีมาตรฐานรองรับ อาทิ ECOCERT รวมถึงมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยสำหรับตลาดส่งออก โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีข้อกำหนดด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ความงามค่อนข้างสูง
คุณชาลิตา วาสนานำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซนโซเรียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การที่ลูกค้าจากสหรัฐอเมริกาเดินทางเข้ามาหารือธุรกิจเพิ่มเติมในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของผู้ผลิตไทยในตลาดสากล โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามที่ผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้าด้วยกัน
“ปัจจุบันผู้บริโภคทั่วโลกไม่ได้มองเพียงแค่เรื่องความสวยงาม แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย ที่มาของวัตถุดิบ และผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เราจึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านนวัตกรรมและมาตรฐานระดับสากล ควบคู่กับแนวคิด Natural & Sustainable Beauty เพื่อสร้างความแตกต่างให้แบรนด์ของลูกค้าในตลาดโลก”
คุณชาลิตา กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการคัดเลือกสารสกัดที่มีงานวิจัยรองรับและได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมความงามไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน
การเดินทางเยือนประเทศไทยครั้งนี้ นอกจากการเข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตและระบบควบคุมคุณภาพของโรงงานแล้ว ลูกค้ายังได้หารือร่วมกับทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาวัตถุดิบและนวัตกรรมใหม่เพิ่มเติม เพื่อรองรับการขยายตลาดในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพที่ตอบโจทย์เทรนด์ Wellness และ Sustainable Beauty ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลก
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าต่างประเทศ คือศักยภาพของบริษัทฯ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดสากล โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้ผ่านมาตรฐาน US FDA ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและรองรับการขยายฐานลูกค้าในตลาดสหรัฐฯ และต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตลอดระยะเวลากว่า 11 ปี บริษัท เซนโซเรียล (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ในฐานะผู้ผลิตที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน และนวัตกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยบริษัทฯ มุ่งยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมความงามไทยผ่านการผสานเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับแนวคิด Natural & Sustainable Beauty เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์ไทย และผลักดันผลิตภัณฑ์ไทยสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืน
______
#เซนโซเรียล #แบรนด์ไทย #เครื่องสำอางไทย #สกินแคร์ #เซรั่มสเต็มเซลล์ #โรงงานผลิตเครื่องสำอาง #ตลาดความงาม #อุตสาหกรรมความงาม #ส่งออกสหรัฐ #แบรนด์ไทยสู่โลก #นวัตกรรมความงาม #ธุรกิจความงาม #ผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ยกระดับน้ำผึ้งไทยสู่ซูเปอร์แบรนด์ระดับโลกสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้น...
20/05/2026

ยกระดับน้ำผึ้งไทยสู่ซูเปอร์แบรนด์ระดับโลกสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน)
บพท. หนุนกลุ่ม SIE คลัสเตอร์ชันโรง สร้างความเข้มแข็งและยกระดับห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมน้ำผึ้งไทย ทลายข้อจำกัดมาตรฐานน้ำผึ้งสากล ฝ่าวิกฤตน้ำผึ้งปลอม ผลักดันน้ำผึ้งไทยให้โลดแล่นในตลาดน้ำผึ้งโลก ชูบทบาทผึ้งไทยในฐานะ Game Changer พลิกโฉมประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจมูลค่าสูง
“ผึ้ง” เปรียบเสมือนดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้นที่มีความหลากหลายของของพืชพรรณสูง ทำให้มีสายพันธุ์ผึ้งท้องถิ่นถึง 5 ชนิดจาก 8 ชนิดในทวีปเอเชีย ได้แก่ ผึ้งหลวง ผึ้งโพรง ผึ้งพันธุ์ ผึ้งมิ้ม ผึ้งม้าน และชันโรงอีกกว่า 34 สายพันธุ์ ด้วยปัจจัยความหลากหลายทางชีวภาพนี้ ทำให้น้ำผึ้งไทยมีคาแรคเตอร์และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ผนวกกับทักษะการทำเกษตรแม่นยำของคนไทย ยิ่งส่งเสริมให้ผลผลิตมีคุณภาพสูง ทว่าปัจจุบันน้ำผึ้งไทยยังคงเผชิญความท้าทายด้านมาตรฐานการผลิตและมาตรฐานการส่งออก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
รองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ดวงภักดี ศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร (Bee Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และประธานภูมิภาคเอเชีย สมาคมผู้เลี้ยงผึ้งนานาชาติ (International Federation of Beekeepers’ Association: Apimondia) สมาคมผึ้งโลกมีอายุกว่า 129 ปี กล่าวว่า “แม้ตลาดน้ำผึ้งโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 4 แสนล้านบาท แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่กลับคุ้นเคยและนิยมน้ำผึ้งพันธุ์ฝรั่งมากกว่า สาเหตุสำคัญมาจาก “มาตรฐานน้ำผึ้งสากล” ซึ่งถูกกำหนดขึ้นโดยอ้างอิงข้อมูลจากผึ้งพันธุ์ฝรั่ง ทำให้น้ำผึ้งไทยซึ่งมีกรดธรรมชาติสูงและมีเอนไซม์ที่แตกต่าง มักถูกประเมินว่า ‘ไม่ผ่านเกณฑ์’ ทั้งที่เป็นน้ำผึ้งคุณภาพดี”
นอกจากปัญหาด้านมาตรฐานดังกล่าว อุตสาหกรรมน้ำผึ้งโลกยังประสบปัญหา “น้ำผึ้งปลอม” ที่เข้ามาแทรกแซงกลไกตลาดและดึงราคาน้ำผึ้งแท้ให้ต่ำลง ทำให้น้ำผึ้งถูกรับซื้อในลักษณะ ‘เหมาจ่าย’ โดยไม่มีการคัดแยกเกรดคุณภาพ ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรผู้ผลิตน้ำผึ้งแท้ที่มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าต้องแบกรับภาระหนักและมองว่าการนำน้ำผึ้งแท้ไปแข่งขันในกลไกราคาตลาดทั่วไปไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน
ยิ่งไปกว่านั้น แม้พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาบริโภคน้ำผึ้งเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและยารักษาโรคมากขึ้น แต่น้ำผึ้งไทยกลับยังไม่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ตามศักยภาพอย่างเต็มที่ เนื่องจากข้อมูลเชิงลึกด้านโภชนาการของน้ำผึ้งไทยยังไม่ถูกรวบรวมอย่างเป็นระบบ ขาดเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่จะมาชี้วัดคุณค่า และขาดระบบตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งผลิตต้นทาง ทำให้ผู้บริโภคยังขาดความเชื่อมั่นและความเข้าใจถึงคุณค่าที่แท้จริง น้ำผึ้งไทยจึงถูกด้อยค่าให้เป็นเพียง “น้ำตาลราคาถูก” แทนการถูกยอมรับในฐานะ“ซูเปอร์ฟู้ด”(Superfood) ที่มีคุณค่าและมูลค่าสูง
คณะวิจัยโครงการ “การสร้างความเข้มแข็งและยกระดับห่วงโซ่มูลค่าแบบองค์รวมของผลผลิตของชันโรงในประเทศไทย” โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ ภายใต้การกำกับของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.) จึงเห็นถึงการสร้างองค์ความรู้ในด้านต่างๆ พร้อมไปกับการสร้างความร่วมมือภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้น้ำผึ้งเขตร้อน และชันโรง ซึ่งคุณลักษณะที่โดดเด่นและแตกต่างจากน้ำผึ้งทั่วไป มีหมวดมาตรฐานเฉพาะของตนเอง เพื่อยอมรับในระดับสากล ที่จะทำให้ไทยมีรายได้จากการส่งออกน้ำผึ้งมากขึ้น
แต่การจะไปถึงเป้าหมายระดับโลกได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยความเข้มแข็งจากภายใน คณะวิจัยจึงสร้างกลไกการขับเคลื่อนงานโดยใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน เพื่อพัฒนามาตรฐานน้ำผึ้งไทย ผ่านการสร้างมาตรฐานแบบมีส่วนร่วมแบบยั่งยืนที่เรียกว่า 7S3A โดยมีแกนหลักคือ 1.) Standard (มาตรฐาน) สนับสนุนให้เกษตรกรปรับตัวเข้าสู่ระบบฟาร์มมาตรฐาน (GAP) และมาตรฐานการผลิตที่ปลอดภัย (GMP) เพื่อให้ได้ผลผลิตที่สะอาดและตรวจสอบย้อนกลับได้ 2) Specialty (เอกลักษณ์เฉพาะถิ่น) ดึงจุดเด่นด้านรสชาติ สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ และสรรพคุณทางยาของน้ำผึ้งแต่ละท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และ 3) Sustainability (ความยั่งยืน) ประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมกระบวนการผลิตที่เอื้อต่อระบบนิเวศ ตลอดจนการสร้างหลักประกันรายได้ที่เป็นธรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพกระบวนการผลิตน้ำผึ้งไทย
ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบคัดเกรดน้ำผึ้ง หรือ “ดัชนีชี้วัดน้ำผึ้งเขตร้อน” (Tropical Honey Index: THI) ในการคัดเกรดน้ำผึ้งตามคุณค่าทางชีวภาพ ช่วยคัดแยกน้ำผึ้งเกรดพรีเมียมออกจากน้ำผึ้งคุณภาพต่ำ และที่สำคัญคือช่วยคัดน้ำผึ้งปลอมออกจากระบบได้ ซึ่งจะสามารถยกระดับราคาน้ำผึ้งไทยให้สูงขึ้นตามเกรดคุณภาพ ทั้งยังส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์มี ‘มาตรฐานร่วม-เรื่องเล่าร่วม-สัญลักษณ์ร่วม’ ภายใต้แนวคิด “มัลติแบรนด์” (Multi-Brand) เพื่อสร้างภาพจำที่แข็งแกร่งให้แก่น้ำผึ้งไทยในสายตาประชาคมโลก
“การใช้ดัชนีชี้วัดน้ำผึ้งเขตร้อน (THI) คัดกรองน้ำผึ้งปลอมออกไป จะช่วยกอบกู้ชื่อเสียงและความเชื่อมั่นต่อน้ำผึ้งไทยให้กลับคืนมา หากเราเรียกความมั่นใจนี้กลับมาได้ มูลค่าการส่งออกที่ปัจจุบันอยู่ระดับพันล้านบาท จะขยายตัวและสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้อีกมาก” รองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ กล่าว
ท้ายที่สุดแล้ว การผลักดันน้ำผึ้งไทยให้ก้าวขึ้นเป็น “ซูเปอร์แบรนด์ระดับโลก” จะมีส่วนช่วยขยายฐานผู้บริโภคและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของยุทธศาสตร์น้ำผึ้งไทย โดยเปลี่ยนน้ำผึ้งจากสินค้าทางการเกษตรสู่การเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ฝังรากลึกอยู่ในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการกินของคนไทย เพราะเมื่อเราตระหนักถึงคุณประโยชน์และเห็นคุณค่าที่แท้จริงของน้ำผึ้ง นอกจากระบบเศรษฐกิจจะเติบโตแล้ว ยังสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการชุมชน รวมทั้งระบบนิเวศที่ได้รับการฟื้นฟู
“ผึ้ง” จึงไม่ใช่แค่นักผสมเกสร แต่จะเป็น “Game Changer” หรือ “ตัวเปลี่ยนเกม” ที่สำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและนำพาประเทศไทยสู่ยุค “เศรษฐกิจมูลค่าสูง” ได้จริง
______
#น้ำผึ้งไทย #ชันโรง #น้ำผึ้งชันโรง #เศรษฐกิจมูลค่าสูง #อุตสาหกรรมน้ำผึ้ง #ผึ้งไทย #เกษตรมูลค่าสูง #เกษตรนวัตกรรม #ส่งออกไทย #น้ำผึ้งพรีเมียม #มาตรฐานน้ำผึ้งไทย #บพท #รวพ #เศรษฐกิจฐานราก #เกษตรยั่งยืน #อาหารเพื่อสุขภาพ #วิจัยและนวัตกรรม #ผึ้งเปลี่ยนโลก #น้ำผึ้งแท้ #หยุดน้ำผึ้งปลอม

ที่อยู่

กรุงเทพมหานคร
Suan Luang
10250

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ESG EARTHผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์