Local.official จากเรื่องเล่าท้องถิ่น
สู่ภาพจำระดับโลก
LOCAL คือจุดเริ่มต้นของการมองบ้านตัวเองใหม่

เราไม่ได้สร้างคอนเทนต์
เรากำลังเปลี่ยนวิธีที่คนมอง “ท้องถิ่น”

LOCAL คือการเล่าเรื่องของอุบล
ผ่านสายตาที่เห็นคุณค่าในสิ่งเล็กที่สุด

เพราะของบางอย่าง…ไม่เคยธรรมดา
แค่ยังไม่มีใครเล่าให้มันสำคัญพอ

02/09/2026

✨ RECAP | ISAN VALUE UP
จากทุนท้องถิ่น สู่ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่สร้างมูลค่าใหม่ให้ภาคอีสาน

ตลอดช่วงที่ผ่านมา โครงการ ISAN VALUE UP ได้ร่วมขับเคลื่อนและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการจาก 3 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ผ่านการค้นหาและต่อยอด “ทุน” ที่มีอยู่ในพื้นที่ ทั้งอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น วัตถุดิบ และทรัพยากรในชุมชน ให้สามารถพัฒนาไปสู่สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ตลาดร่วมสมัย

จากแนวคิดตั้งต้นของผู้ประกอบการ สู่กระบวนการเรียนรู้ ทดลอง และพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบร่วมกับนักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญ เกิดเป็นผลงานกว่า 35 ผลงาน ครอบคลุมหลากหลายประเภท ตั้งแต่อาหารและเครื่องดื่ม แฟชั่นและเครื่องแต่งกาย ของตกแต่งบ้าน ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงาม ไปจนถึงงานสร้างสรรค์และบริการที่ต่อยอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการ “ออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่” แต่คือการทดลองมองสินทรัพย์เดิมของพื้นที่ด้วยมุมมองใหม่ และค้นหาว่าเราจะใช้ ความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบ ช่วยเพิ่มคุณค่า สร้างโอกาสทางธุรกิจ และทำให้อัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดสามารถเดินทางไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้นได้อย่างไร

หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญของโครงการคือการนำผลงานจากทั้ง 3 จังหวัดมารวมกันในนิทรรศการ ISAN VALUE UP ภายในเทศกาล Isan Creative Festival 2026

ภายใต้แนวคิด “นอร์ทอีสเดิ้น” นิทรรศการได้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของภาคอีสานที่ไม่ได้มีเพียงทุนทางวัฒนธรรมอันหลากหลาย แต่ยังเต็มไปด้วยผู้ประกอบการที่พร้อมจะเรียนรู้ ทดลอง และเปลี่ยนต้นทุนเหล่านั้นให้กลายเป็นคุณค่าใหม่ในเศรษฐกิจสร้างสรรค์

เพราะการเพิ่มมูลค่าให้กับท้องถิ่น อาจไม่ได้เริ่มจากการสร้างสิ่งใหม่ทั้งหมด แต่อาจเริ่มจากการกลับมามองสิ่งที่เรามีอยู่แล้วให้ชัดขึ้น แล้วออกแบบ “ความเป็นไปได้ใหม่” ให้กับมันอีกครั้ง

ขอบคุณผู้ประกอบการ นักออกแบบ ผู้เชี่ยวชาญ และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดัน ISAN VALUE UP และร่วมพิสูจน์ให้เห็นว่า Local Value สามารถเติบโตไปสู่โอกาสใหม่ได้ไกลกว่าที่คิด ✨

🎥 ขอบคุณ Local.official ที่ช่วยบันทึกเรื่องราวและถ่ายทอดบรรยากาศของโครงการ ISAN VALUE UP ผ่านวิดีโอนี้นะคะ

30/08/2026

UBON MIC WAR
-รับสมัครแบบ Rap Battle

(รางวัลที่1 เงินสด 3000 บาท + ทำเพลง& Mastered & MV By ESAN AMBIAN )
(รางวัลที่2 เงินสด 2000 บาท)
(รางวัลที่3 เงินสด 1000 บาท)

คัดเลือก 32 คนเพื่อมา BATTLE
-รับสมัคร แบบ Gang หรือ Perform
(รางวัลที่1 ทำเพลง & Mastered By ESAN AMBIAN )
คัดเลือก 5 ทีมเพื่อมา PERFORM

การสมัคร
-ทั้ง2 แบบ รับสมัครแบบไม่จำกัดอายุ ไม่จำกัดจำนวน
Battle
-ส่งคลิป โดยเลือก beat ที่ทางรายการจัดให้ พร้อมแล้วก็จ๊วดเลย
Perform
-ส่งคลิปการแสดงสด โดยไม่ตัดต่อ 1-2คลิป พร้อมโปร์ไฟล์
(ผลตัดสินจาก กรรมการ ถือว่าสิ้นสุดการตัดสิน)

-รับสมัครวันนี้ถึง 12 กันยายน
ประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบ 13 กันยายน
Battle & Performance เสาร์ 19 กันยายน 17.00น.

-กรรมการตัดสิน
1.JUNIOR NEFHOLE (DJ /PRODUCER )
2.Prakasit (ศิลปินค่าย Noiseless และคุณครูสอนร้องเพลงโรงเรียน August voice Studio)
3.ESAN AMBIAN (PRODUCER /DIRECTOR)

ค่าบัตรผ่านประตู 99 บาท (สำหรับผู้เข้าชม)(จำกัดแค่30ใบ)
แล้วเจอกันที่ Ratcando วันที่19 กันยายน 17.00 น.

(ขอความร่วมมือห้ามพกพา สารเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดเข้ามาภายในบริเวณงานนะครับ)

#ศิลปินอุบล #อุบลราชธานี

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มาจากงาน “จริตอุบล”งานที่ชวนหยิบเรื่องราวและสิ่งที่เกิดขึ้นในอุบลกลับมานำเสนอผ่านผู้คน อาหาร ศิลป...
26/08/2026

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มาจากงาน “จริตอุบล”
งานที่ชวนหยิบเรื่องราวและสิ่งที่เกิดขึ้นในอุบลกลับมานำเสนอผ่านผู้คน อาหาร ศิลปะ ดนตรี และงานสร้างสรรค์ในพื้นที่

หนึ่งในกิจกรรมของงานคือ สนทนาดนตรี
พื้นที่ที่ชวนคนมาทำความรู้จักดนตรีของอุบลแบบ 101 ตั้งแต่หมอลำ พิณ แคน ไปจนถึงเรื่องราวของศิลปินและเสียงที่เติบโตมากับเมือง

งานครั้งนั้นทำให้คนหลายกลุ่มได้มาเจอกัน

หนึ่งในนั้นคือ อุบลสายฟ้า ผู้ทำแบรนด์ Phantom และพัฒนา The Concept ลำโพงที่เกิดจากความสนใจเรื่องเสียง การออกแบบ และความตั้งใจทำโปรดักต์ในแบบของตัวเอง ทั้งรูปทรง คาแรกเตอร์ และคุณภาพเสียง

อีกคนคือ REDMUUK ศิลปินชาวอุบลที่พางานของตัวเองออกไปพบผู้คนทั้งในและต่างประเทศ ด้วยภาษาภาพที่ชัดจากสี ลายเส้น และการหยิบรากของตัวเองกลับมาตีความเป็นงานร่วมสมัย

เมื่อโปรดักต์จากคนในพื้นที่มาเจอกับศิลปินจากพื้นที่เดียวกัน จึงเกิดการทำงานร่วมกันบนลำโพงชิ้นหนึ่ง

ศิลปะของ REDMUUK เข้าไปอยู่บนวัตถุที่ถูกคิดและผลิตโดย Phantom
ขณะที่จุดเริ่มต้นของความร่วมมือทั้งหมดโยงกลับไปยังพื้นที่ที่ทำให้คนเหล่านี้ได้มาเจอกัน

สิ่งที่เราอยากเห็นจากเรื่องนี้ คือการที่ คนในพื้นที่ได้รู้จักกัน ทำงานร่วมกัน และช่วยกันทำให้สิ่งที่แต่ละคนกำลังสร้างเดินต่อไปได้

ศิลปินสนับสนุนคนทำโปรดักต์
โปรดักต์กลายเป็นพื้นที่ให้ศิลปิน
กิจกรรมพาคนมาเจอกัน
และทั้งหมดค่อย ๆ กลับมาสนับสนุนพื้นที่ที่พวกเขาเติบโตขึ้นมา

อีกหนึ่งตัวอย่างของสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เมื่อ พื้นที่ ผู้คน ศิลปะ และงานสร้างสรรค์ เดินไปด้วยกัน

---

This collaboration began with Ubon the Beautiful Paradox, a project that brings together stories, people, food, art, music, and creative work from Ubon Ratchathani.

One part of the event was a music conversation designed as a simple introduction to the sounds of Ubon, from mor lam, phin, and khaen to the artists and musical stories connected to the city.

That space brought different people together.

Among them was Ubon Saifa, the creator behind Phantom, who has been developing The Concept, a speaker shaped by his own interests in sound, design, form, and listening experience.

Another was REDMUUK, an Ubon-based artist whose work has reached audiences in Thailand and abroad. His visual language is recognizable through its colour, lines, and the way he reinterprets elements from his own roots into contemporary work.

When a locally made product met an artist from the same place, a new collaboration began.

REDMUUK’s artwork became part of a speaker designed and produced by Phantom, while the connection between them can be traced back to the local space that first brought everyone together.

What matters to us is the possibility that people from the same place can meet, collaborate, and help each other continue creating.

Artists support local makers.
Products become new spaces for artists.
Events create opportunities for people to meet.
And those connections can return value to the place they all come from.

A small example of what can happen when **people, place, art, and local creativity move forward together.


#จริตอุบล #ศิลปินอุบล #คนอุบล #งานสร้างสรรค์อุบล


“ การเล่าเรื่องเมืองผ่านดนตรี ”โดยมีเสียงที่คุ้นชิน เป็นบริบทของการฟังUbon Sound Sum Noise ชวนกลับมาฟังเรื่องของอุบลผ่าน...
26/08/2026

“ การเล่าเรื่องเมืองผ่านดนตรี ”
โดยมีเสียงที่คุ้นชิน เป็นบริบทของการฟัง

Ubon Sound Sum Noise ชวนกลับมาฟังเรื่องของอุบลผ่าน "Playlist 10 เพลง" จากศิลปินหมอลำและนักดนตรีหลายรุ่น แต่ละเพลงพาไปพบเรื่องราวคนละด้านของพื้นที่
ตั้งแต่ผู้คน ธรรมชาติ การเดินทาง เหตุการณ์บ้านเมือง ภาษา ความเชื่อ
ไปจนถึงความเปลี่ยนแปลงของดนตรีและเมือง

ครั้งนี้เราชวนฟังพร้อมกัน 2 เลเยอร์

Foreground — เสียงหมอลำ พิณ แคน
เสียงดนตรีทำหน้าที่พาเราไปหาร่องรอยของผู้คน เรื่องราว และความทรงจำในแต่ละช่วงเวลา

Background — เสียงอุบลในปัจจุบัน
เสียงธรรมชาติ ถนน ตลาด ร้านค้า การเดินทาง เมืองเก่า และชีวิตประจำวันที่คนอุบลคุ้นเคย

เมื่อสองเสียงถูกฟังพร้อมกัน เพลงจากอีกช่วงเวลาจึงมาอยู่ร่วมกับเมืองที่กำลังดำเนินชีวิตอยู่ในวันนี้ ชวนให้ลองสังเกตความสัมพันธ์ระหว่าง ดนตรี ผู้คน ธรรมชาติ พื้นที่ และความเปลี่ยนแปลงของอุบล ผ่านการฟังในอีกมุมหนึ่ง

🎧 Listening Experience + Mini Exhibition

ออกเดินตาม Playlist และอ่านเรื่องราวเบื้องหลังของเสียงแต่ละเพลงได้ตามพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่

34k thirty four thousand
Barnซักผ้า
Songsarn X Railway Station
Songsarn
CafeInn Ubon
Yuu Cafe
SYNDICATE UBP
หยวนสเต็ก ปทุมทาวน์
เมืองทองเภสัช อุบลราชธานี
ลาบคุณแหม๋ว

และร้านที่ร่วมกระจาย Playlist “หมอลำและเสียงอุบล” ตลอดช่วงกิจกรรม ได้แก่

ใกล้ฮอด หมูกระทะ
Madela
ยำตีสาม YUM TEE SAM
เมืองทองเภสัช หน้าตลาดวาริน
The Sibling Ubon
รุ่งจำรูญ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ

ร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ หรือพื้นที่ไหนอยากร่วมเปิด Playlist ทั้ง 10 เพลง สามารถ Inbox ไปที่เพจ จริตอุบล เพื่อร่วมกระจายเสียงเหล่านี้ออกไปตามมุมต่าง ๆ ของเมือง

📍 อุบลราชธานี
🗓 24–30 August 2026



#เนรมิตอุบลราชธานี
#จริตอุบล #สวยงามตามจริตอุบล

#จริตคนอุบลคืออะไร #ตามจริตเจ้าบ้าน #ธุรกิจตรงจริต

UBON ARTISTS — UPDATEเราจะคอยอัปเดตว่าศิลปินอุบลกำลังเล่นที่ไหนมีผลงานอะไรใหม่และกำลังไปไหนต่อลิสต์นี้ยังไม่ครบ และจะค่อ...
24/08/2026

UBON ARTISTS — UPDATE

เราจะคอยอัปเดตว่า
ศิลปินอุบลกำลังเล่นที่ไหน
มีผลงานอะไรใหม่
และกำลังไปไหนต่อ

ลิสต์นี้ยังไม่ครบ และจะค่อย ๆ เพิ่มเรื่อย ๆ
ถ้ามีใครที่ควรอยู่ในนี้ ฝากชื่อมาได้เลย

We’ll be following Ubon artists:
where they’re playing, what they’re releasing, and where they’re headed next.

This list is still growing.
If there’s someone we should add, send us their name.

#อุบลราชธานี #ศิลปินอุบล

หลายคนน่าจะรู้จักชื่อ กุดปลาขาวแต่คำว่า “กุด” จริง ๆ หมายถึงอะไรกุด คืออะไร“กุด” เป็นคำที่ใช้ในอีสานและภาษาลาวสำหรับเรีย...
24/08/2026

หลายคนน่าจะรู้จักชื่อ กุดปลาขาว
แต่คำว่า “กุด” จริง ๆ หมายถึงอะไร

กุด คืออะไร

“กุด” เป็นคำที่ใช้ในอีสานและภาษาลาวสำหรับเรียกแหล่งน้ำบางลักษณะ

ฐานข้อมูล สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรอธิบายว่า ในภาษาลาวใช้คำว่า “กุด” กับบึงหรือลำน้ำที่มีปลายด้วน รวมถึงทางน้ำรูปโค้งที่ถูกตัดออกจากทางน้ำสายหลักเมื่อแม่น้ำเปลี่ยนเส้นทาง

ลักษณะหนึ่งของพื้นที่แบบนี้ ในทางภูมิสัณฐานเรียกว่า oxbow lake หรือทะเลสาบรูปแอก

แต่คำเรียกพื้นที่น้ำของคนอีสานมีรายละเอียดมากกว่านั้น

กุด หนอง ฮ่อง วัง บุ่ง ทาม

คำเหล่านี้สะท้อนวิธีที่คนในพื้นที่แยกลักษณะของน้ำและภูมิประเทศออกจากกัน

เพราะพื้นที่ที่เรามองว่าเป็น “น้ำ” เหมือนกัน อาจมีลักษณะ การเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล และการใช้ประโยชน์ต่างกัน

---

แล้วกุดปลาขาวคือพื้นที่แบบไหน

กุดปลาขาวอยู่ในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

วันนี้รอบพื้นที่มีทั้งบ้าน ถนน โรงเรียน ร้านค้า สวนสาธารณะ และชุมชน

แต่ในพื้นที่เดียวกันยังมีระบบน้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่

ช่วงปี 2547–2548 ผศ.สมหมาย ชินนาค และคณะ ทำงานวิจัยเรื่อง

วิถีชีวิต ผู้คน และพื้นที่ชุ่มน้ำ: พลวัตการจัดการทรัพยากรในระบบนิเวศแบบ “กุด” ของชุมชนเมืองในเขตรอยต่อเทศบาลนครอุบลราชธานีกับเทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี*

งานวิจัยศึกษาชุมชนทั้งหมด 10 แห่ง รวมถึง ชุมชนกุดปลาขาว

และระบุว่า ระบบนิเวศแบบ กุดและป่าบุ่งป่าทาม ในบริเวณนี้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทหนึ่งของภาคอีสาน และเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศแม่น้ำมูล

ที่น่าสนใจคือ งานชิ้นนี้ไม่ได้ศึกษาเฉพาะน้ำหรือธรรมชาติ

แต่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง พื้นที่กับคนที่อยู่ในเมือง

---

เพราะในกุดมีคนใช้ชีวิตอยู่ด้วย

ผลการศึกษาในช่วงนั้นพบว่า คนในพื้นที่ยังพึ่งพาทรัพยากรจากกุดและป่าบุ่งป่าทามเพื่อการดำรงชีวิต

มีการหาปลา
ใช้ทรัพยากรจากพื้นที่น้ำ
และมีความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ที่เกิดจากการใช้ชีวิตอยู่กับน้ำ

ข้อมูลของเทศบาลเมืองวารินชำราบในปี 2561 ก็ระบุว่า กุดปลาขาวเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีปลาหลายชนิด และเคยเป็นแหล่งอาหาร น้ำ การเกษตร และการประมงของคนบริเวณรอบกุด

สำหรับคนที่ใช้พื้นที่จริง กุดจึงอาจมีรายละเอียดมากกว่าที่คนบนถนนมองเห็น

รู้ว่าตรงไหนมีปลา ช่วงไหนน้ำขึ้น ช่วงไหนน้ำลด หรือควรออกเรือตอนไหน

ความรู้แบบนี้เกิดจากการอยู่กับพื้นที่โดยตรง

---

พื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญอย่างไรกับเมือง

กุดปลาขาวอยู่ในบริบทของ พื้นที่ชุ่มน้ำ หรือ Wetland

Convention on Wetlands อธิบายว่า พื้นที่ชุ่มน้ำในเมืองสามารถมีบทบาทหลายด้าน เช่น

รองรับน้ำฝนและน้ำส่วนเกิน
ช่วยลดผลกระทบจากน้ำท่วม
เป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิต
ช่วยรักษาคุณภาพน้ำบางส่วน
และเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่อยู่ร่วมกับเมือง

พื้นที่ชุ่มน้ำจึงมีหน้าที่อยู่ในระบบของเมือง แม้หลายครั้งเราจะมองเห็นเพียงพื้นที่น้ำ พื้นที่รก หรือพื้นที่ว่าง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้เป็น บทบาททั่วไปของพื้นที่ชุ่มน้ำในเมือง

ปัจจุบันเรายังไม่มีข้อมูลเฉพาะที่เพียงพอจะบอกว่า กุดปลาขาวสามารถเก็บน้ำได้เท่าไร ลดน้ำท่วมได้มากแค่ไหน หรือสร้างบริการระบบนิเวศเป็นตัวเลขเท่าใด

เรื่องเหล่านี้ต้องมีการศึกษาเฉพาะพื้นที่เพิ่มเติม

---

สิ่งที่น่าสนใจคือทั้งหมดนี้อยู่ในเมือง

ถ้ามองจากถนน กุดปลาขาวอาจดูเป็นพื้นที่น้ำหรือพื้นที่สีเขียวอยู่ข้างเมือง

แต่เมื่อเข้าไปใกล้กว่านั้น

ยังมีคนออกเรือ มีปลา มีพืชน้ำ
มีระดับน้ำที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล และมีชุมชนอยู่รอบพื้นที่

เมืองกับกุดจึงอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

เราอาจผ่านมันทุกวัน
รู้ชื่อมันมาตั้งแต่เด็ก
หรืออยู่ห่างจากมันไม่กี่ร้อยเมตร

แต่ไม่เคยถามว่า

กุดคืออะไร มีใครใช้พื้นที่นี้อยู่
และพื้นที่แบบนี้สำคัญกับเมืองอย่างไร

บางทีเราไม่ได้ลืมว่า " กุดปลาขาวมีอยู่ "

เราแค่คุ้นกับการเห็นมัน
จนไม่ได้มองว่าข้างในมีอะไร

---

แล้ววันนี้ยังเป็นแบบเดิมไหม

ตรงนี้เรายังตอบไม่ได้ทั้งหมด

เพราะงานวิจัยหลักที่ศึกษาวิถีชีวิตรอบกุดปลาขาวทำขึ้นเมื่อกว่า 20 ปีก่อน

งานเหล่านั้นช่วยให้เห็นว่า ในช่วงเวลาหนึ่ง กุดและพื้นที่ชุ่มน้ำมีความสัมพันธ์กับชีวิตของชุมชนอย่างชัดเจน

แต่วันนี้

ยังมีคนออกเรือกี่คน
ยังหาปลาอะไร
ใช้พื้นที่เพื่ออะไร
คุณภาพน้ำเปลี่ยนไปไหม
คนรุ่นใหม่รู้จักกุดแบบเดียวกับคนรุ่นก่อนหรือไม่

คำตอบเหล่านี้ต้องกลับไปหาจากคนที่อยู่กับพื้นที่ในปัจจุบัน

และอาจเป็นเรื่องที่เราควรออกไปดูต่อ

เพราะบางพื้นที่อยู่ใกล้เรามาก

แต่เรายังรู้จักมันน้อยกว่าที่คิด

---

K*T PLA KHAO
An urban wetland so close that we barely notice it.

Many people in Warin Chamrap are familiar with the name K*t Pla Khao.

Some live nearby.
Some pass it regularly.
Others know it simply as the name of a neighbourhood or place.

But what does “k*t” actually mean?

What is a “k*t”?

In Isan and Lao usage, k*t is a local term for certain types of water bodies.

Thailand’s Encyclopedia of Thai Culture, maintained by the Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre, describes k*t as a pond or watercourse with a dead end, including curved sections of a former channel that become separated from the main river when the river changes course.

One form of this landscape corresponds to what geomorphologists call an oxbow lake.

Across Isan, however, local vocabulary for water landscapes is much more detailed.

K*t, nong, hong, wang, b**g, and tham are among the terms used to distinguish different forms of water and floodplain landscapes.

These words reflect how people have learned to read the land, water and seasonal changes around them.

---

What kind of place is K*t Pla Khao?

K*t Pla Khao lies within Warin Chamrap Municipality in Ubon Ratchathani.

Today it is surrounded by houses, roads, schools, shops, parks and urban communities.

Within that same landscape, however, a wetland system remains.

Between 2004 and 2005, Assistant Professor Sommai Chinnak and colleagues conducted research on people, livelihoods and *k*t* wetland ecosystems along the boundary between Ubon Ratchathani and Warin Chamrap municipalities.

The study covered ten communities, including K*t Pla Khao community*.

It identified k*t and seasonally flooded pa b**g pa tham forests as an important type of wetland ecosystem in Northeast Thailand and described the area as part of the Mun River ecosystem.

The research was particularly interested in the relationship between urban communities and the wetlands around them.

---

People have lived with this water

At the time of the study, local residents still depended on resources from *k*t* wetlands and flooded forests for their livelihoods.

Fishing, gathering resources and knowledge of seasonal water conditions were all part of this relationship.

Warin Chamrap Municipality also documented K*t Pla Khao in 2018 as a natural water body with various fish species that had supported nearby communities through food, water, agriculture and fishing.

For those who use the wetland directly, the landscape contains information that may be invisible to someone simply passing by.

Where fish can be found.
When water rises.
When it falls.
When it is possible to take a boat out.

This is knowledge built through everyday use of the place.

---

Why do urban wetlands matter?

K*t Pla Khao sits within the broader context of an urban wetland.

The Convention on Wetlands identifies urban wetlands as natural systems that can absorb excess rainfall, help reduce flood impacts, support biodiversity, contribute to water quality and provide natural spaces within cities.

These are general functions of urban wetlands.

At present, there is not enough site-specific research to calculate exactly how much water K*t Pla Khao can store, how much flood reduction it provides, or the monetary value of its ecosystem services.

Those questions require further study of this particular site.

---

And all of this exists inside the city

From the road, K*t Pla Khao may simply appear to be a stretch of water and vegetation beside the city.

Look closer and there are still boats, fish, aquatic plants, changing water levels and communities around the wetland.

The city and the *k*t* occupy the same landscape.

We may pass it every day.
We may have known its name since childhood.
We may live only a few hundred metres away.

Yet we may never have asked:

What is a k*t?
Who still uses this place?
And what role does a wetland like this play in the city?

Perhaps K*t Pla Khao was never forgotten.

It has simply become so familiar that we stopped looking closely at what is there.

---

What about today?

This is where the story remains open.

Much of the detailed research on livelihoods around K*t Pla Khao was conducted more than twenty years ago.

It tells us that wetlands and local communities were closely connected at that time.

But today:

How many people still use boats here?
What fish are still caught?
How is the wetland used?
Has the water changed?
How do younger residents understand this place?

Those answers need to come from the people living with K*t Pla Khao now.

And that may be the next part of the story.

Because some places are extremely close to us,

yet we may know surprisingly little about them.

---

Research Note & Sources

เนื้อหานี้เป็นการรวบรวมและทำความเข้าใจของ LOCAL จากงานวิจัย เอกสารวิชาการ และข้อมูลของหน่วยงานที่สามารถเข้าถึงได้ในขณะนี้ โดยพยายามแยกข้อมูลที่ตรวจสอบได้ออกจากข้อสังเกตและประเด็นที่ยังต้องศึกษาต่อ

ข้อมูลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนกับกุดปลาขาวอ้างอิงหลักจากงานวิจัยช่วงปี 2547–2548 จึงใช้ยืนยันบริบทในช่วงเวลานั้นได้ แต่ยังไม่ควรใช้แทนภาพของวิถีชีวิตในปี 2569 ทั้งหมด

ส่วนคำอธิบายว่า “กุด” มีลักษณะสัมพันธ์กับ oxbow lake เป็นคำอธิบายลักษณะทางภูมิสัณฐานของกุดประเภทหนึ่ง ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานเฉพาะจุดมากพอที่จะระบุว่ากุดปลาขาวเกิดจากการเปลี่ยนทางของแม่น้ำมูลตรงตำแหน่งใดหรือในช่วงเวลาใดอย่างแน่นอน

แหล่งข้อมูลหลัก

- สมหมาย ชินนาค และคณะ
วิถีชีวิต ผู้คน และพื้นที่ชุ่มน้ำ: พลวัตการจัดการทรัพยากรในระบบนิเวศแบบ “กุด” ของชุมชนเมืองในเขตรอยต่อเทศบาลนครอุบลราชธานีกับเทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี (ระยะที่ 1)*
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2547–2548

- ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
ฐานข้อมูล สารานุกรมวัฒนธรรมไทย หัวข้อ “บึง กุด”

-เทศบาลเมืองวารินชำราบ
ข้อมูลกุดปลาขาวและ *เทศกาลบัวบาน @ กุดปลาขาว*, 2561

- Convention on Wetlands
The Value of Wetlands for Cities และข้อมูลเรื่องการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำในเมือง

สิ่งที่เขียนในบทความนี้คือความเข้าใจของ LOCAL จากข้อมูลที่เราค้นคว้าได้ในขณะนี้ หากมีส่วนใดไม่ถูกต้อง มีข้อมูลที่เราอาจตกหล่น หรือมีความรู้จากคนในพื้นที่ที่ช่วยอธิบายกุดปลาขาวได้ชัดขึ้น สามารถส่งข้อมูลหรือความคิดเห็นมาได้เสมอ

**เรารับฟังทุกความเห็น และพร้อมเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องมากขึ้น**

#อุบลราชธานี #วารินชำราบ #กุดปลาขาว *tPlaKhao #กุด #พื้นที่ชุ่มน้ำ #แม่น้ำมูล

23/08/2026

📍 ไปฟัง “เสียงของคนรุ่นใหม่” ที่กำลังส่งสารออกไปจากอุบล

03 — The Ubon Sonic Manifesto

ส่งสาร คาเฟ่ที่เปิดพื้นที่ให้กิจกรรมศิลปะและงานร่วมสมัย
ครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้ PENTATONIC BOY กลุ่มนักดนตรีอีสานร่วมสมัยรุ่นใหม่ มาถ่ายทอดเสียง ความคิด และพลังของคนรุ่นใหม่ผ่านการแสดงสด

🎶 LIVE — PENTATONIC BOY

📅 Sun 30 Aug 2026
⏰ 1 PM / 13.00 น.
📍 SongSarn (ส่งสาร) Coffee & Home Roaster
🎟 Walk in รองรับประมาณ 30 คน

บ่ายวันอาทิตย์ มานั่งฟังเสียงอีสานร่วมสมัย
แล้วลองฟังดูว่า คนรุ่นใหม่กำลังอยาก “ส่งสาร” อะไรออกไปจากเมืองอุบล

ปิดท้ายการเดินทาง ไปฟังเสียงอุบลหลายจริต ด้วยกัน

ภายในงานมีเครื่องดื่มจำหน่ายตามเมนูของทางร้าน

Ubon Sound Some Noise Week

#เสียงอุบล

23/08/2026

📍 **หมุดที่สอง ชวนขึ้นไปชั้น 2 ของร้านลาบ**

แล้วลองฟังดูว่า
ถ้า **Isan Jazz** มาอยู่บนโต๊ะเดียวกับลาบ จะเป็นยังไง

**02 — Ubon Edible Beats**

**ลาบคุณแหม๋ว** ร้านลาบของคนรุ่นใหม่ในอุบล เปิดพื้นที่ชั้น 2 ให้ **วงคำนางรวย** วง Isan Jazz จากบ้านคำนางรวย มาลองปรุงเสียงดนตรีไปพร้อมกับรสชาติบนโต๊ะอาหาร

ค่ำนี้ชวนมานั่งกินลาบ ฟังดนตรี และลองสัมผัสอีกหนึ่งจริตของเสียงอุบล ผ่านการเล่นสดของวงคำนางรวย

🎶 **LIVE — วงคำนางรวย**

📅 Sat 29 Aug 2026
⏰ 6 PM
📍 ลาบคุณแหม๋ว ชั้น 2
🎟 Walk in รองรับประมาณ 30 คน

ภายในงานมีอาหารและเครื่องดื่มจำหน่ายตามเมนูของทางร้าน

มาฟัง มาชิม แล้วลองดูว่า
**“เสียง” กับ “รส” เมื่ออยู่บนโต๊ะเดียวกัน จะออกมาเป็นแบบไหน**

**Ubon Sound Some Noise Week**

#คำนางรวย #ลาบคุณแหม๋ว

23/08/2026

📍 ปักหมุด ตามไปฟังเสียงอุบลในหลายบรรยากาศ

พร้อมกิจกรรมพิเศษช่วงสุดสัปดาห์ Ubon Live Performance จาก 3 วงอีสานร่วมสมัย

เริ่มต้นหมุดแรกที่พื้นที่แห่งความทรงจำของเมืองอุบล

01 — Historic Space, Fresh Sound

loll.a พื้นที่เล็ก ๆ ที่เปิดรับเสียงใหม่ ๆ อยู่ภายใน อุบลโฮเตล หรือโรงแรมเก้าชั้น อาคารที่อยู่คู่เมืองอุบลมาตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น

ค่ำนี้พื้นที่เดิมจะมีเสียงร่วมสมัยจาก ToonPinSing พร้อมแขกรับเชิญ Sun Nuntachai นักดนตรีและหมอแคนชาวอุบล ผู้พาเสียงแคนไปทำงานร่วมกับดนตรีหลากหลายรูปแบบในระดับนานาชาติ

🎶 LINE UP
Sun Nuntachai
ToonPinSing

📅 Wed 26 Aug 2026
⏰ 6 PM
📍 loll.a — Ubon Hotel (โรงแรมเก้าชั้น)

🎟 สำรองที่นั่งภายในร้าน 30 ที่นั่ง
สำหรับผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียน สามารถ Walk in และนั่งบริเวณด้านนอกร้านได้ตามความเหมาะสม

ลงทะเบียนสำรองที่นั่ง: https://form.typeform.com/to/XBGDwB78

#

22/08/2026

ทุกคนย่อมมีช่วงเวลาที่ต้องเจอกับวิกฤตของตัวเอง
เรื่องของ ลาบเป็ดเมืองอุบล เริ่มต้นขึ้นในวันที่ร้านยังชื่อ ปลาเผาอินดี้

เป็นจังหวะที่ไม่ง่ายนัก เพราะเปิดร้านมาได้ไม่นาน โควิด-19 ก็ระบาด

“เราเปิดมาปุ๊บ โควิดก็ระบาด”

ช่วงนั้นร้านอาหารจำนวนมากได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาด การนั่งกินที่ร้านและการขายหน้าร้านถูกจำกัด สำหรับร้านที่เพิ่งเริ่มต้น มันจึงเป็นการเจอกับปัญหาใหญ่ตั้งแต่ยังแทบไม่มีเวลาตั้งตัว

ร้านพยายามประคองตัวเองอยู่ประมาณหนึ่งถึงเกือบสองปี

จนถึงวันที่เจ้าของยอมรับว่า

“จนกระทั่งสุดท้ายเนี่ย มันไม่รอด”

เมื่อวิธีเดิมไปต่อไม่ได้ สิ่งที่ต้องคิดต่อคือ **จะทำอย่างไรให้ร้านยังอยู่ได้**

เจ้าของเริ่มกลับมามองสิ่งที่ตัวเองขาย และพบว่าการมีสินค้าหลักเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เหตุผลที่ลูกค้าจะเข้ามาที่ร้านมีไม่มากพอ

“ถ้าเราขายสินค้าตัวเดียว ความน่าสนใจมันอาจจะน้อย”

จึงเริ่มปรับรูปแบบร้าน เพิ่มอาหารที่คนกินและชอบอยู่แล้วเข้ามา ให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยยังอยู่บนพื้นฐานของอาหารอีสาน

“ถ้าเกิดเรามี 2 สินค้ารวมกัน ที่มันขายได้ แล้วลูกค้าติด ลูกค้าชอบ เป็น 2 อาหารอีสานเหมือนกัน แต่คนละประเภทที่มันอร่อย เอามารวมกัน”

จากร้านที่เริ่มต้นด้วยปลาเผา จึงค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามสิ่งที่เรียนรู้จากลูกค้าและสถานการณ์ที่เจอ

จนพัฒนามาเป็น **ลาบเป็ดเมืองอุบล** ในปัจจุบัน

แต่การทำให้ร้านน่าสนใจขึ้น ไม่ได้จบอยู่ที่การเพิ่มอาหาร

เมื่อร้านเริ่มเดินต่อได้ คำถามใหม่ก็เกิดขึ้นว่า จะทำอย่างไรให้อาหารออกเร็วขึ้นโดยที่คุณภาพยังเหมือนเดิม จะออกแบบครัวอย่างไรให้คนทำงานได้สะดวก และจะทำอย่างไรให้ลูกค้าที่เข้ามารู้สึกอยากกลับมาอีก

“สิ่งที่เราให้ความสำคัญ คือความเร็วกับคุณภาพ”

“ลูกค้าต้องรอนานไม่ได้ แต่คุณภาพต้องได้”

ครัวจึงถูกออกแบบจากวิธีทำงานจริงของพนักงาน เพื่อให้แต่ละขั้นตอนต่อกันได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกัน ร้านก็ให้ความสำคัญกับอีกเรื่องที่อาหารอย่างเดียวทำแทนไม่ได้ นั่นคือ **การบริการ**

ตั้งแต่เสิร์ฟน้ำ เติมน้ำ ดูแลโต๊ะ ไปจนถึงการพูดคุยกับลูกค้า

“น้อง ๆ ก็สามารถเป็นเพื่อนคุยกับลูกค้าได้ด้วย”

เพราะในเมืองที่มีร้านอาหารให้เลือกจำนวนมาก การอยู่รอดไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีเมนูอะไรขายเพียงอย่างเดียว

เจ้าของร้านเองก็รู้เรื่องนี้ดี

“การแข่งขันร้านอาหารมันสูงมากในเมืองอุบลฯ แต่เราจะทำยังไงให้เราอยู่รอดได้”

คำตอบของเขาจึงไม่ได้อยู่ที่การหาสูตรสำเร็จเพียงครั้งเดียว แต่เป็นการคอยดูว่าร้านยังขาดอะไร ลูกค้าต้องการอะไร และอะไรที่ต้องเปลี่ยน

“สิ่งเดียวที่เราทำได้ คือต้องพัฒนาอยู่เรื่อย ๆ”

จากปลาเผาอินดี้ในวันที่เปิดมาเจอโควิด จนถึงลาบเป็ดเมืองอุบลในวันนี้ ร้านผ่านการเปลี่ยนแปลงมาหลายอย่าง ทั้งอาหาร รูปแบบร้าน ครัว การบริการ และวิธีคิดในการทำธุรกิจ

เพราะเมื่อวิกฤตเกิดขึ้น บางครั้งเราอาจเลือกไม่ได้ว่าจะต้องเจอกับอะไร

แต่เรายังเลือกได้ว่าจะปรับตัวกับมันอย่างไร

และสำหรับเจ้าของร้านนี้ เหตุผลที่ต้องหาทางไปต่อไม่ได้มีเพียงความฝันของตัวเอง

เพราะวันนี้ยังมีคนทำงานอยู่กับร้านอีกประมาณ 20 คน

“ถ้าเราล้มเลิก อีก 20 ชีวิตที่เรามีอยู่...”

นั่นทำให้คำว่า **อยู่รอด** ของร้านนี้มีความหมายมากกว่าการทำให้กิจการยังเปิดอยู่

เพราะถ้าร้านยังไปต่อได้
คนที่อยู่ด้วยกันก็ยังไปต่อได้เช่นกัน

อย่างที่เจ้าของร้านพูดไว้ว่า

“ถ้าเราไปต่อได้ ทุกคนก็ไปต่อได้”

---

Everyone faces a crisis of their own at some point.
Restaurants are no different.

The story of Larb Ped Mueang Ubon began when the restaurant was still known as Pla Phao Indie, a grilled-fish restaurant.

The timing could hardly have been worse. Not long after opening, COVID-19 arrived.

“Right after we opened, COVID-19 hit.”

Restaurants everywhere were affected by pandemic restrictions. Dine-in service and storefront sales were limited, leaving a newly opened restaurant facing a major crisis before it had even found its footing.

They tried to keep the business going for nearly two years.

Eventually, the owner had to admit:

“In the end, it just couldn’t survive.”

When the old way no longer worked, the question became simple:

How could the restaurant keep going?

The owner began looking again at what the restaurant was offering. He realized that relying on a single main product might not give customers enough reason to come.

“If we sell only one product, it might not be interesting enough.”

So the restaurant began adapting. More dishes were introduced, giving customers more choices while staying rooted in Isan food.

“If we combine two products that already sell well and that customers enjoy — both Isan food, but different kinds — we can bring them together.”

What began as a grilled-fish restaurant gradually changed through what the team learned from its customers and from the challenges it faced.

Over time, it developed into what is now Larb Ped Mueang Ubon.

But making a restaurant more interesting was never simply a matter of adding more dishes.

Once the business began moving forward again, new questions emerged.

How could food be served faster without compromising quality? How should the kitchen be designed so the staff could work more efficiently? And what could make customers want to return?

“What matters to us is speed and quality.”

“Customers shouldn’t have to wait too long, but the quality still has to be there.”

The kitchen was therefore designed around the way the staff actually work, making each step faster and more efficient.

At the same time, the restaurant began paying close attention to something food alone cannot provide: service.

Serving and refilling water, looking after the tables, even taking the time to talk with customers.

“Our staff can even be someone for the customers to talk to.”

In a city with so many restaurants to choose from, survival cannot depend on the menu alone.

The owner understands that well.

“Competition among restaurants in Ubon is very high. The question is, how do we survive?”

For him, there has never been a single answer.

It means constantly looking at what the restaurant is missing, what customers need, and what has to change.

“The only thing we can do is keep improving.”

From Pla Phao Indie opening just as COVID-19 arrived to Larb Ped Mueang Ubon today, the restaurant has changed many times — its food, its operation, its kitchen, its service, and the way its owner thinks about running a business.

When a crisis arrives, we may not get to choose what happens to us.

What we can choose is how we adapt to it.

And for this restaurant, the reason to keep going is no longer just the owner’s own dream.

Today, around 20 people work here.

“If we give up, what happens to those 20 lives?”

That gives the word survival a different meaning.

Keeping the restaurant going also means keeping the people behind it moving forward.

As the owner puts it:

“If we can keep going, everyone can keep going.”

#ลาบเป็ดเมืองอุบล #อุบลราชธานี #ร้านอาหารอุบล #อาหารอีสาน #ลาบเป็ด #เรื่องเล่าท้องถิ่น

ที่อยู่

ทุ่งศรีเมือง
Ubon Ratchathani
57140

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Local.officialผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์