ครูต้า story

ครูต้า story สนใจไฟล์งานชุดไหน ส่งข้อความเข้ามาได้เลยนะคะ

30/12/2025

The 12 months of the year, in order, are January, February, March, April, May, June, July, August, September, October, N...
30/12/2025

The 12 months of the year, in order, are January, February, March, April, May, June, July, August, September, October, November, and December, each with 28, 29 (leap year), or 30/31 days, forming the cycle of a year.

วันในสัปดาห์ (Days of the Week) มี 7 วัน ได้แก่ วันจันทร์ (Monday), วันอังคาร (Tuesday), วันพุธ (Wednesday), วันพฤหัสบดี...
30/12/2025

วันในสัปดาห์ (Days of the Week) มี 7 วัน ได้แก่ วันจันทร์ (Monday), วันอังคาร (Tuesday), วันพุธ (Wednesday), วันพฤหัสบดี (Thursday), วันศุกร์ (Friday), วันเสาร์ (Saturday), และวันอาทิตย์ (Sunday) โดย 5 วันแรก (จันทร์-ศุกร์) ถือเป็นวันทำงาน (Weekday) ส่วนวันเสาร์และวันอาทิตย์เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ (Weekend).
รายชื่อวันในสัปดาห์ (ภาษาอังกฤษ - ไทย):
Monday (Mon.): วันจันทร์
Tuesday (Tue.): วันอังคาร
Wednesday (Wed.): วันพุธ (บางครั้งออกเสียงตัว 'd' เบาๆ)
Thursday (Thu.): วันพฤหัสบดี
Friday (Fri.): วันศุกร์
Saturday (Sat.): วันเสาร์
Sunday (Sun.): วันอาทิตย์

เทคนิคการสอนเรื่อง *Days of the Week*** ที่ออกแบบในมุมมอง **ครูภาษาอังกฤษมืออาชีพ** เน้นทั้งความถูกต้องทางภาษา การมีส่วน...
30/12/2025

เทคนิคการสอนเรื่อง *Days of the Week*** ที่ออกแบบในมุมมอง **ครูภาษาอังกฤษมืออาชีพ** เน้นทั้งความถูกต้องทางภาษา การมีส่วนร่วมของผู้เรียน และการนำไปใช้ได้จริงในบริบทห้องเรียนไทย

# # 1. กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ (Clear Learning Objectives)

ก่อนสอนควรกำหนดให้ชัดเจนว่า ผู้เรียนจะสามารถ

* ระบุชื่อวันทั้ง 7 วันได้อย่างถูกต้อง
* ออกเสียงและสะกดได้ถูกต้อง
* ใช้วันในบริบทประโยคพื้นฐานได้ เช่น
*“Today is Monday.” / “I have English on Friday.”*

---

# # 2. เทคนิคการนำเข้าเรียน (Engaging Warm-up)

**Calendar Routine (Daily Routine)**

* เริ่มทุกคาบด้วยคำถามเดิม

* *What day is it today?*
* *What day was yesterday?*
* *What day will be tomorrow?*
* ชี้ที่ปฏิทินจริงหรือปฏิทินดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงกับชีวิตจริง

> จุดเด่น: สร้างความคุ้นเคยและฝึกซ้ำอย่างเป็นธรรมชาติ (Spiral Learning)

---

# # 3. การนำเสนอคำศัพท์ (Explicit & Multisensory Teaching)

# # # 3.1 ใช้สื่อหลากหลาย

* Flashcards / Posters / Digital Slides
* เพลง *Days of the Week Song* (มีจังหวะชัดเจน)
* TPR (Total Physical Response) เช่น

* ทำท่าทางประจำวัน (เรียน–เล่น–พักผ่อน)

# # # 3.2 เทคนิคการออกเสียง

* เน้นเสียงพยางค์ (Syllable Stress)

* **Mon-day**, **Tues-day**, **Wednes-day**
* เปรียบเทียบเสียงที่มักออกผิด เช่น
*Wednesday* (ไม่ออกเสียง **d** เต็ม)

---

# # 4. เทคนิคฝึกฝน (Practice with Purpose)

# # # 4.1 Controlled Practice

* เติมคำในประโยค

* *Today is ______.*
* Matching: วัน ↔ กิจกรรม

# # # 4.2 Pair / Group Work

* **Ask–Answer Drill**

* *What day do you have English?*
* *I have English on …*

> ครูทำหน้าที่ **Monitor & Feedback** มากกว่าการบอกคำตอบ

---

# # 5. การประยุกต์ใช้จริง (Meaningful Production)

**My Weekly Schedule**

* ให้นักเรียนออกแบบตารางกิจกรรมประจำสัปดาห์
* นำเสนอหน้าชั้นด้วยประโยคสั้น ๆ

* *On Monday, I study English.*
* *On Sunday, I play with my family.*

> เหมาะกับแนวคิด **Communicative Language Teaching (CLT)**

---

# # 6. เกมและกิจกรรมเสริมแรง (Gamification)

* **Day Order Game**: เรียงวันให้ถูกต้อง
* **Missing Day**: ครูลบวันหนึ่ง นักเรียนทาย
* **Hot Seat**: เพื่อนบอกใบ้กิจกรรม นักเรียนทายวัน

> เพิ่มแรงจูงใจ ลดความกังวลในการใช้ภาษา

---

# # 7. การประเมินผล (Assessment for Learning)

* สังเกตการตอบคำถามปากเปล่า
* Checklist การออกเสียงและการใช้ประโยค
* Mini Quiz แบบภาพหรือออนไลน์ (Kahoot / Quizizz)

# # 8. ข้อแนะนำเชิงวิชาชีพ (Professional Tips)

* สอน **ตัวพิมพ์ใหญ่** เสมอ (Monday, Tuesday)
* เชื่อมโยงกับโครงสร้าง **Preposition: on**
* สอนแบบวนซ้ำในบริบทใหม่ ไม่สอนจบในคาบเดียว
#แผนการสอน #ภาษาอังกฤษ #สื่อการสอน

เติมเบาหวานหน่อยไหมคะ ทุกคน🤭
30/12/2025

เติมเบาหวานหน่อยไหมคะ ทุกคน🤭

ประเด็นท้าทายของ วิทยฐานะครู ควรสะท้อนปัญหาจริงในการจัดการเรียนรู้ แสดงบทบาทครูที่พัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล...
30/12/2025

ประเด็นท้าทายของ วิทยฐานะครู ควรสะท้อนปัญหาจริงในการจัดการเรียนรู้ แสดงบทบาทครูที่พัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องเกณฑ์ ว.PA โดยสามารถสรุปแนวทางที่เหมาะสมของแต่ละวิทยฐานะได้ดังนี้

1️⃣ ครู (ยังไม่ขอมี/เลื่อนวิทยฐานะ)

ลักษณะประเด็นท้าทาย
• ปัญหาระดับห้องเรียน
• เน้นการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเกิดทักษะพื้นฐาน
• เห็นผลกับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายชัดเจน

ตัวอย่างประเด็น
• นักเรียนอ่านไม่คล่อง/เขียนไม่ได้ตามระดับชั้น
• นักเรียนขาดแรงจูงใจในการเรียน
• การพัฒนาทักษะพื้นฐาน (อ่าน–เขียน–คิดเลข)

2️⃣ ครูชำนาญการ

ลักษณะประเด็นท้าทาย
• แก้ปัญหาเชิงระบบในชั้นเรียน
• ใช้นวัตกรรมหรือรูปแบบการสอนที่ชัดเจน
• วัดผลได้ มีข้อมูลเปรียบเทียบก่อน–หลัง

ตัวอย่างประเด็น
• พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนด้วยรูปแบบ Active Learning
• การใช้สื่อ/นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อพัฒนาทักษะการคิด
• การแก้ปัญหานักเรียนเรียนอ่อนเฉพาะกลุ่ม

3️⃣ ครูชำนาญการพิเศษ

ลักษณะประเด็นท้าทาย
• ขยายผลมากกว่าหนึ่งห้องเรียน
• เป็นแบบอย่างทางวิชาชีพ
• มีองค์ความรู้หรือโมเดลการสอนของตนเอง

ตัวอย่างประเด็น
• การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ที่ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทั้งระดับชั้น
• การสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
• การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะตามหลักสูตรฐานสมรรถนะ

4️⃣ ครูเชี่ยวชาญ

ลักษณะประเด็นท้าทาย
• ปัญหาระดับสถานศึกษาหรือเครือข่าย
• สร้างองค์ความรู้ใหม่
• ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาระยะยาว

ตัวอย่างประเด็น
• การพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน
• การยกระดับคุณภาพครูด้วยนวัตกรรม/งานวิจัย
• การสร้างต้นแบบการจัดการเรียนรู้ระดับเขต/จังหวัด

5️⃣ ครูเชี่ยวชาญพิเศษ

ลักษณะประเด็นท้าทาย
• ปัญหาระดับชาติหรือเชิงนโยบาย
• เป็นผู้นำทางวิชาการ
• มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา

ตัวอย่างประเด็น
• การพัฒนานโยบายหรือแนวปฏิบัติทางการศึกษา
• การสร้างองค์ความรู้ใหม่ระดับประเทศ
• การพัฒนาระบบผลิตและพัฒนาครูอย่างยั่งยืน

📌 สรุปแนวคิดสำคัญ

วิทยฐานะยิ่งสูง → ประเด็นท้าทายยิ่งกว้าง ลึก และส่งผลต่อระบบมากขึ้น
#ประเด็นท้าทาย
#แผนการสอน

ตัย ไต ใส้พุง ก็น่ารักได้นะ สื่อน่ารักทำให้นักเรียนอยากเรียนรู้ #คําศัพท์ภาษาอังกฤษ
30/12/2025

ตัย ไต ใส้พุง ก็น่ารักได้นะ
สื่อน่ารักทำให้นักเรียนอยากเรียนรู้
#คําศัพท์ภาษาอังกฤษ


แนวทางการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษา** นำเสนอในลักษณะ **เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และสะท้อนแนวคิดของ...
30/12/2025

แนวทางการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษา** นำเสนอในลักษณะ **เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และสะท้อนแนวคิดของครูมืออาชีพ** โดยเน้น “พูดได้จริง กล้าใช้ภาษา และเรียนรู้อย่างมีความสุข”

# # 1. สร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อการพูด

* ครูใช้ภาษาอังกฤษง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น *Good morning / Sit down / Are you ready?*
* เปิดโอกาสให้นักเรียนพูดโดย **ไม่ตำหนิความผิดพลาด** เน้นการให้กำลังใจมากกว่าการแก้ผิดทันที
* ใช้กิจกรรมกลุ่มย่อย เพื่อลดความกังวลและเพิ่มความกล้าแสดงออก

**หลักการครูมืออาชีพ:** เด็กจะพูดได้ดีเมื่อไม่กลัวผิด

# # 2. เริ่มจากการ “ฟัง–เลียนแบบ–พูด”

* ใช้เพลง บทสนทนาสั้น ๆ คลิปเสียง หรือวิดีโอที่เหมาะกับวัย
* ให้นักเรียนพูดตาม (Choral speaking) ก่อนพูดเดี่ยว
* ฝึกออกเสียงคำศัพท์และประโยคจากสถานการณ์ใกล้ตัว

**ตัวอย่าง:**
Teacher: *How are you?*
Students: *I’m fine. Thank you.*

# # 3. ใช้ประโยคสั้น ๆ ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

เน้น **ประโยคสื่อสาร (Functional language)** มากกว่ากฎไวยากรณ์

* การทักทาย: *Hello / Good afternoon*
* แนะนำตัว: *My name is…*
* บอกความต้องการ: *I like… / I want…*
* ถาม–ตอบง่าย ๆ: *What is this? – It’s a…*

# # 4. จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Active Learning)

* **Role Play** เช่น ร้านค้า โรงเรียน โรงพยาบาล
* **Pair work / Group work** ฝึกพูดเป็นคู่หรือกลุ่ม
* **Show and Tell** ให้นักเรียนนำของมาเล่าเป็นภาษาอังกฤษง่าย ๆ

**ผลลัพธ์:** นักเรียนได้ใช้ภาษาในสถานการณ์จริง

# # 5. ใช้สื่อและเกมช่วยกระตุ้นการพูด

* เกมถาม–ตอบ (Question & Answer Games)
* เกมทายคำศัพท์จากภาพหรือท่าทาง
* บัตรคำ (Flashcards) และสื่อภาพ 3D

**ตัวอย่างเกม:**

* “What’s missing?”
* “Guess who / Guess what”

# # 6. ฝึกพูดอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

* จัดช่วง **English Speaking Time** ทุกคาบ
* ใช้กิจกรรมสั้น ๆ 5–10 นาที เช่น

* Daily questions
* Speaking warm-up
* วนซ้ำคำศัพท์และประโยคเดิมในหลายบริบท

# # 7. ประเมินผลตามพัฒนาการ ไม่เน้นความสมบูรณ์แบบ

* ประเมินจาก **ความกล้า ความตั้งใจ และการสื่อสารได้**
* ใช้แบบสังเกต (Observation checklist)
* ให้ Feedback เชิงบวก เช่น

* “Good try!”
* “Very clear speaking!”

# # สรุปแนวคิดสำคัญ

การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษระดับประถม

> **ไม่ใช่การพูดให้ถูกทั้งหมด แต่คือการกล้าพูดและสื่อสารได้**

#แผนการสอน

มัดรวมมาให้แล้วค่ะ สุภาษิตคำพังเพย #คำพังเพย
30/12/2025

มัดรวมมาให้แล้วค่ะ สุภาษิตคำพังเพย

#คำพังเพย

แนวทางการพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษา(อธิบายง่าย ใช้ได้จริงในห้องเรียน แบบครูมืออาชีพ) # # หลักคิ...
30/12/2025

แนวทางการพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษา
(อธิบายง่าย ใช้ได้จริงในห้องเรียน แบบครูมืออาชีพ)

# # หลักคิดสำคัญสำหรับครูประถม

* “ฟังก่อน พูดทีหลัง” เด็กต้องฟังให้เข้าใจจึงจะกล้าพูด
* ฟังเพื่อความเข้าใจภาพรวม ไม่เน้นแปลทุกคำ
* ใช้สื่อที่ **สั้น สนุก ชัดเจน และซ้ำได้**
* เชื่อมโยงเสียงกับภาพ ท่าทาง และบริบทใกล้ตัวเด็ก

# # 1. สร้างพื้นฐานการฟังอย่างเป็นธรรมชาติ (Foundation Listening)

**เป้าหมาย:** ให้เด็กคุ้นเคยกับเสียงภาษาอังกฤษ

**วิธีการ**

* ครูใช้ภาษาอังกฤษง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน
เช่น

* “Stand up, please.”
* “Open your book.”
* พูดชัด ช้า ใช้น้ำเสียงเป็นธรรมชาติ
* ใช้คำสั่งเดิมซ้ำ ๆ ทุกคาบ

**ผลที่ได้:** เด็กเข้าใจจากบริบทโดยไม่ต้องแปล

# # 2. ฟังผ่านเพลงและบทคล้องจอง (Songs & Chants)

**เป้าหมาย:** จดจำเสียง คำศัพท์ และจังหวะภาษา

**วิธีการ**

* เลือกเพลงสั้น ๆ เช่น

* Alphabet Song
* Days of the Week
* Head, Shoulders, Knees and Toes
* ทำท่าทางประกอบเพลง
* เปิดฟังซ้ำหลายรอบโดยไม่เร่งให้ร้องทันที

**กิจกรรมเสริม**

* ฟังแล้วชี้ภาพ
* ฟังแล้วทำท่าทางตามคำศัพท์

# # 3. ฟังจากนิทานและเรื่องเล่า (Story Listening)

**เป้าหมาย:** เข้าใจความหมายจากบริบท

**วิธีการ**

* ใช้นิทานภาพภาษาอังกฤษง่าย ๆ
* อ่านพร้อมชี้ภาพ แสดงสีหน้า ท่าทาง
* ไม่หยุดแปลทุกประโยค

**คำถามหลังฟัง (ง่ายมาก)**

* Who is this?
* Is he happy or sad?
* What color is it?

# # 4. ฟังแล้วลงมือทำ (Listen and Do : TPR)

**เป้าหมาย:** เชื่อมการฟังกับการกระทำ

**ตัวอย่างกิจกรรม**

* “Touch your head.”
* “Point to the red ball.”
* “Draw a cat.”

เริ่มจากคำสั่ง 1 ขั้น → เพิ่มเป็น 2 ขั้น
เช่น “Stand up and clap your hands.”

# # 5. ใช้สื่อดิจิทัลอย่างเหมาะสม

**เป้าหมาย:** เพิ่มความสนใจและความหลากหลายของเสียง

**สื่อที่เหมาะกับประถม**

* คลิปวิดีโอสั้น (1–3 นาที)
* การ์ตูนภาษาอังกฤษ
* แอปฝึกฟังที่มีภาพประกอบ

**เทคนิคครู**

* ฟังก่อนดูภาพ
* ฟังรอบแรกเพื่อเข้าใจ รอบสองเพื่อจับคำศัพท์

# # 6. สอนกลยุทธ์การฟังแบบเด็กเข้าใจ

สอนเด็กว่า “ฟังอะไร” ไม่ใช่ “ฟังทุกคำ”

ให้เด็กฝึกฟังเพื่อหา

* คำศัพท์ที่คุ้นเคย
* เสียงขึ้น–ลง (happy / angry / question)
* คำสำคัญ เช่น สี ตัวเลข สัตว์

# # 7. ประเมินแบบไม่กดดัน

**วิธีประเมิน**

* ฟังแล้วเลือกภาพ
* ฟังแล้วทำตามคำสั่ง
* ฟังแล้วตอบ Yes / No
* ฟังแล้วระบายสีตามคำบอก

ไม่เน้นการเขียนหรือแปลในช่วงต้น

# # สรุปสำหรับครู

การพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษระดับประถม ควร

* เริ่มจากง่าย ใกล้ตัว
* ใช้เสียง ภาพ และการเคลื่อนไหวควบคู่กัน
* ฟังซ้ำได้ ไม่เร่ง ไม่กดดัน
* สร้างบรรยากาศที่เด็ก “กล้าฟัง กล้าลอง”

#แผนการสอน

29/12/2025

ฉันที่ยังต้องตื่นไปทำงานจนถึงสิ้นปี🤭😂

แนวทางการพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษา** ที่ออกแบบในมุมมองของครูมืออาชีพ เน้น “เข้าใจง่าย ทำได้จ...
29/12/2025

แนวทางการพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษา** ที่ออกแบบในมุมมองของครูมืออาชีพ เน้น “เข้าใจง่าย ทำได้จริง และพัฒนาเป็นขั้นตอน” เหมาะสำหรับผู้เรียนระดับต้นถึงปลายประถม

# # 1. เริ่มจาก “การเขียนอย่างมีความหมาย” (Meaningful Writing)

**หลักการสำคัญ**
เด็กประถมจะเขียนได้ดี เมื่อเขา *เข้าใจสิ่งที่เขาจะเขียน* และ *เชื่อมโยงกับชีวิตจริง*

**แนวปฏิบัติ**

* เขียนจากเรื่องใกล้ตัว เช่น

* My name is…
* I like… / I can…
* My family / My friend / My favorite food
* ใช้ภาพ วิดีโอ หรือของจริงเป็นตัวกระตุ้นก่อนเขียน

# # 2. พัฒนาทักษะการเขียนแบบเป็นขั้นตอน (Process Writing)

สอนการเขียนทีละขั้น ไม่เร่งให้เด็กเขียนยาวทันที

1. **Pre-writing**

* ระดมความคิดจากภาพ / คำถามง่าย ๆ
* ใช้ Mind Map หรือ Word Bank

2. **While-writing**

* เขียนตามโครงสร้างหรือประโยคตัวอย่าง
* ครูเดินดู ช่วยชี้แนะเป็นรายบุคคล

3. **Post-writing**

* ตรวจคำศัพท์ / ตัวสะกด / ประโยคง่าย ๆ
* ให้เพื่อนช่วยอ่าน (Peer Check)

# # 3. ใช้ “Sentence Pattern” เป็นฐาน

เด็กประถมควรเริ่มจาก **การเขียนประโยคที่ถูกต้อง** มากกว่าการเขียนยาว

**ตัวอย่างรูปแบบประโยค**

* I like ______.
* I have ______.
* This is a ______.
* He / She is ______.

จากนั้นค่อยพัฒนาเป็น

* 2–3 ประโยคต่อเนื่อง
* ย่อหน้าสั้น ๆ (Short Paragraph)

# # 4. บูรณาการการเขียนกับการอ่าน (Read to Write)

การอ่านช่วยเพิ่มคลังคำศัพท์และโครงสร้างภาษา

**แนวทาง**

* อ่านประโยคสั้น ๆ → เขียนตามแบบ
* อ่านเรื่องสั้น → เติมคำ / เรียบเรียงใหม่
* อ่านแล้วเขียนเลียนแบบ (Guided Writing)

# # 5. ใช้ภาพและสื่อสร้างแรงจูงใจ

เด็กประถมเรียนรู้ได้ดีจากภาพและสีสัน

**กิจกรรมแนะนำ**

* Picture Description
* Comic Strip Writing
* Label the picture
* Write from a poster / flashcard

# # 6. ฝึกเขียนอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ยาวเกินไป

หลักสำคัญคือ “เขียนบ่อย เขียนสั้น และไม่กดดัน”

**ตัวอย่าง**

* เขียนวันละ 1–3 ประโยค
* ใช้เวลา 5–10 นาทีต่อครั้ง
* เป็นกิจกรรม Warm-up หรือ Exit Ticket

# # 7. เน้นการให้กำลังใจ มากกว่าการจับผิด

การเขียนเป็นทักษะที่เด็กกลัวผิด

**บทบาทครู**

* ชมเชยความพยายามก่อนความถูกต้อง
* แก้ไขเฉพาะจุดสำคัญ
* ใช้สัญลักษณ์แทนการขีดฆ่า

# # 8. ประเมินแบบง่ายและชัดเจน

ใช้เกณฑ์ที่เด็กเข้าใจได้

**ตัวชี้วัดพื้นฐาน**

* เขียนตรงหัวข้อ
* ใช้คำศัพท์ถูกต้อง
* ประโยคสมบูรณ์
* ลายมืออ่านได้

# # # สรุปแนวคิดสำคัญ

> “เด็กประถมเขียนภาษาอังกฤษได้ดี ไม่ใช่เพราะเก่งแกรมมาร์
> แต่เพราะเขา *เข้าใจ กล้าลอง และได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม*”

#แผนการสอน

ที่อยู่

ถนน
Udon Thani
41190

เบอร์โทรศัพท์

+66636323360

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ครูต้า storyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ครูต้า story:

แชร์