NBT YALA ข่าวสาร ความเคลื่อนไหว ถูกต้อง เชื่?

รมว.ศึกษาธิการ เปิดโครงการพัฒนาครูสู่ “ครูนวัตกร” ยกระดับการเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมและ AI(6 ก.ย. 69) นายประเสริฐ จันทรรวงทอ...
06/09/2026

รมว.ศึกษาธิการ เปิดโครงการพัฒนาครูสู่ “ครูนวัตกร” ยกระดับการเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมและ AI

(6 ก.ย. 69) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศึกษาธิการ) เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาครูผู้สอนสู่การเป็นครูนวัตกรด้านการจัดและส่งเสริมการเรียนรู้ ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมา ณ โรงแรมสตาร์เวลล์ บาหลี รีสอร์ท จังหวัดนครราชสีมา โดยมีผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และบุคลากรเข้าร่วมโครงการ รวมทั้งสิ้น 616 คน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ครูในปัจจุบันไม่ได้มีบทบาทเพียงผู้ถ่ายทอดความรู้ แต่ต้องเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้และสร้างโอกาสให้ผู้เรียน สามารถคิดค้น พัฒนา และประยุกต์ใช้นวัตกรรมให้สอดคล้องกับชีวิตจริงและบริบทของแต่ละพื้นที่ พร้อมนำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้เป็นเครื่องมือช่วยออกแบบการเรียนรู้ พัฒนาสื่อ วิเคราะห์ความต้องการของผู้เรียน และสนับสนุนการเรียนรู้เฉพาะบุคคลอย่างเหมาะสม โดยย้ำว่า AI ไม่สามารถทดแทนบทบาทของครูได้

โครงการจัดขึ้นเพื่อพัฒนาครูผู้สอนให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านการคิดเชิงนวัตกรรม สามารถวิเคราะห์ผู้เรียนและบริบทพื้นที่ กำหนดโจทย์และปัญหา ออกแบบแนวทางการจัดและส่งเสริมการเรียนรู้ รวมถึงสร้างและพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อยกระดับการจัดการเรียนรู้และพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาอย่างยั่งยืน

#รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ #ประเสริฐจันทรรวงทอง #กระทรวงศึกษาธิการ #ครูนวัตกร #พัฒนาครู #การศึกษา ื่อการศึกษา #ปัญญาประดิษฐ์ #สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ #สกร #นครราชสีมา #โคราช #กรมประชาสัมพันธ์ ่น

จากไร่เลื่อนลอยสู่ "ห้องเรียนกลางขุนเขา" ดอยม่อนล้าน สร้างรากฐานความรู้เพื่อราษฎรไทยภูเขาอย่างยั่งยืนพลิกวิถีราษฎรไทยภูเ...
06/09/2026

จากไร่เลื่อนลอยสู่ "ห้องเรียนกลางขุนเขา"
ดอยม่อนล้าน สร้างรากฐานความรู้เพื่อราษฎรไทยภูเขาอย่างยั่งยืน

พลิกวิถีราษฎรไทยภูเขาดอยม่อนล้าน ด้วย "ห้องเรียนกลางขุนเขา"
จากอดีตผืนป่าที่เคยถูกทำลายจากการทำไร่เลื่อนลอยและการปลูกฝิ่น วันนี้ “ดอยม่อนล้าน” ได้พลิกฟื้นคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ กลายเป็นโมเดลความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน

จุดเริ่มต้นจากพระมหากรุณาธิคุณ
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2547 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร ณ บ้านอาแย ตำบลป่าไหน่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ในครั้งนั้นทรงทอดพระเนตรเห็นสภาพ “ดอยม่อนล้าน” ยอดเขาสูงซึ่งเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า ที่ประสบปัญหาความยากจน มีการทำไร่เลื่อนลอย และปลูกฝิ่น จนทำให้ผืนป่าต้นน้ำที่สำคัญถูกทำลายลงอย่างน่าเสียดาย

ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกลและพระเมตตา ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง “สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ดอยม่อนล้าน” ขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การฟื้นฟูผืนป่าต้นน้ำให้กลับมาสมบูรณ์ ควบคู่ไปกับการสร้างอาชีพที่มั่นคงเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่

พลิกฟื้นผืนป่า สร้างรายได้สู่ชุมชน
ปัจจุบัน ผลลัพธ์จากพระราชดำริได้ประจักษ์ชัดเจน ผืนป่าต้นน้ำที่เคยแห้งแล้งได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาเขียวชอุ่มครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,950 ไร่ ขณะเดียวกัน ราษฎรใน 3 หมู่บ้านภายใต้การดูแลของสถานีฯ มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างพลิกฝ่ามือ

แต่ก่อนพวกเราลำบากมาก ทำแต่ไร่เลื่อนลอย รายได้ไม่แน่นอน แต่พอมีโครงการพระราชดำริของแม่หลวงเข้ามา ทุกอย่างก็ดีขึ้น ทั้งเรื่องการศึกษา ความเป็นอยู่ และปัญหายาเสพติดที่หมดไป ตอนนี้ชาวบ้านมีรายได้ที่มั่นคง มีความสุข และพร้อมใจกันช่วยดูแลป่าดูแลน้ำตอบแทนพระคุณ" ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่บอกเล่าด้วยความซาบซึ้ง

จากเดิมที่ราษฎรมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนเพียงไม่กี่พันบาทต่อปี ปัจจุบันจากการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมที่ถูกวิธี ทำให้หลายครอบครัวสามารถสร้างรายได้เสริมเพิ่มขึ้นเป็นหลักหมื่นจนถึงหลักแสนบาทต่อปี ส่งผลให้คุณภาพชีวิตและการศึกษาของบุตรหลานในชุมชนดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ห้องเรียนกลางขุนเขา และ "กำไรที่แท้จริง" ของแผ่นดิน
สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงฯ ดอยม่อนล้าน จึงเปรียบเสมือน “ห้องเรียนกลางขุนเขา” ที่เปิดโอกาสให้ราษฎรและเกษตรกรเข้ามาเรียนรู้ระบบการเกษตรผสมผสานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเพาะปลูก การดูแลปศุสัตว์ ไปจนถึงการแปรรูปผลผลิต ก่อนจะนำองค์ความรู้กลับไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง

นอกจากนี้ สถานีฯ ยังช่วยสร้างงานสร้างอาชีพด้วยการรับแรงงานในชุมชนเข้ามาทำงาน โดยผลผลิตทั้งหมดจะถูกนำออกจำหน่ายเพื่อนำรายได้ส่งคืนให้แก่ศูนย์ศิลปาชีพตามพระราชประสงค์ แม้ว่าในเชิงบริหาร รายรับที่ได้อาจยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่หากมองในมิติของความยั่งยืน...

"เพราะผลกำไรที่แท้จริง ไม่ได้วัดกันที่ มูลค่าที่เป็นเม็ดเงิน หากแต่วัดจากรอยยิ้ม ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และความมั่นคงในชีวิตของประชาชน"

#คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
#สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
#จากไร่เลื่อนลอยสู่ห้องเรียนกลางขุนเขา
#ดอยม่อนล้าน

https://www.facebook.com/share/1FwKfbPv4n/

รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญในการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ เนื่องจากงบประมาณรายจ่ายประจำด้านบุคลากรสูงถึงร้อย...
06/09/2026

รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญในการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ เนื่องจากงบประมาณรายจ่ายประจำด้านบุคลากรสูงถึงร้อยละ 73 ซึ่งรัฐบาลมีภารกิจสำคัญหลายด้านที่จำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนประเทศ คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ โดยมีนายปกรณ์
นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อศึกษาแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ เป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา และเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบกรณีการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ ให้ชะลอการขอรับการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ในทุกกรณี โดยให้ อ.ก.พ. กระทรวง ดำเนินการดังนี้ 1. พิจารณายุบเลิกกรอบอัตราข้าราชการ ประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ/ชำนาญการ และประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน ที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป 2. ยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการประเภทวิชาการและประเภททั่วไป ซึ่งเป็นอัตราว่างจากการเกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยครอบคลุมตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571-2575 3. ยุบเลิกตำแหน่งในสายงานสนับสนุนที่ไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบการจ้างงานประเภทข้าราชการ และให้ทุกส่วนราชการทบทวนบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างของหน่วยงานให้สอดรับกับอัตรากำลัง และให้ สำนักงาน ก.พ. จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้อง โดยความคืบหน้าขณะนี้มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญมีความคืบหน้า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
ได้หารือร่วมกับสำนักงาน ก.พ. สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง และเห็นชอบหลักการสำคัญแล้ว ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยดำเนินการควบคู่กันใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. ปรับกำลังคน 2. ปรับกระบวนงาน และ 3. ปรับวิธีทำงานด้วยเทคโนโลยี เพื่อให้โครงสร้างภาครัฐมีขนาดเหมาะสมกับภารกิจ เน้นย้ำ “การพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ” ต้องเริ่มจากการพิจารณาว่าแต่ละหน่วยงานมีหน้าที่อะไร กระบวนงานใดจำเป็น และงานใดสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้ และเป็นภาครัฐระบบเปิด (Open Government) ฐานข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ต้องเชื่อมโยงกัน ประชาชนติดต่อราชการง่ายขึ้น ประเทศจะลดภาระรายจ่ายประจำ มีงบประมาณสำหรับการลงทุนเพิ่มขึ้น ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และมีระบบราชการที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก

วันเสาร์ ที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๒๑ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิ...
06/09/2026

วันเสาร์ ที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๒๑ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด” (Opera Goes To Hollywood) โดยศิลปินจากคณะ “นิวยอร์ก ซิตี้ โอเปรา” (New York City Opera) เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ครั้งที่ ๒๘ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายจาสปาล ซิงห์ อูเบอรอย ประธานบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล คัลเจอรัล โปรโมชั่น จำกัด ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ครั้งที่ ๒๘ พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงาน ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น เสด็จเข้าหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางสาวรพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ต่อจากนั้น นายจาสปาล ซิงห์ อูเบอรอย ประธานคณะกรรมการจัดงาน ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดการแสดงคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด” (Opera Goes To Hollywood) พร้อมทั้งกราบบังคมทูลเชิญทอดพระเนตรการแสดง จากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ต ฯ ซึ่งประกอบด้วย การขับร้องและบรรเลงบทเพลงโอเปราคลาสสิกจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดระดับตำนาน และบทเพลงโอเปรายอดนิยม จำนวนกว่า ๒๐ เพลง เมื่อจบการแสดงแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญดอกไม้พระราชทานไปมอบแก่ผู้แทนศิลปิน และวาทยกร สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

คอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด” (Opera Goes To Hollywood) เป็นการแสดงเปิดเทศกาลมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ครั้งที่ ๒๘ ซึ่งเป็นเทศกาลศิลปะการแสดงและดนตรีที่จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยนำการแสดงทางด้านศิลปวัฒนธรรมและดนตรีจากคณะการแสดงและศิลปินที่มีชื่อเสียงจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกหลากหลายประเภท อาทิ การแสดงโอเปรา การแสดงบัลเลต์ การเต้นร่วมสมัย การแสดงซิมโฟนีคอนเสิร์ต ละครเพลง มาจัดแสดง โดยมุ่งหวังให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางของศิลปวัฒนธรรมของโลก ซึ่งคอนเสิร์ตนี้เป็นการถ่ายทอดบทเพลงโอเปราคลาสสิกจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดระดับตำนาน อาทิ เดอะก็อตฟาเธอร์ (The Godfather) มิสชั่นอิมพอสสิเบิ้ล (Mission Impossible) และอเมริกันบิวตี้ (American Beauty) รวมถึงบทเพลงโอเปรายอดนิยมจำนวนมาก โดยคณะโอเปราจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่า ๘๐ ปี ซึ่งได้รวมศิลปินที่มีความสามารถและได้รับการยกย่องในระดับสากล อาทิ มาร์นี เบรกเคนริดจ์ (Marnie Breckenridge) เทเตฟ บาโรยัน (Tatev Baroyan) และเอคาเทริน บัวชิดเซ (Ekaterine
Buachidze) นักร้องโอเปรา อาซี มาธาเธียส (Asi Matathias) นักไวโอลิน และคริสตินา เรโกะ คูเปอร์ (Kristina Reiko Cooper) นักเชลโล ภายใต้การอำนวยเพลงของคอนสแตนติน ออร์เบเลียน (Constantine Orbelian) วาทยกร ผู้อำนวยการบริหารและผู้อำนวยเพลงของคณะ “นิวยอร์ก ซิตี้ โอเปรา” (New York City Opera) การจัดแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้ จะทำให้ผู้รับชมรับฟังเปลี่ยนนิยามของการแสดงโอเปราที่หรูหรา ทรงพลัง ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นตามแบบฉบับของชาวนิวยอร์กอีกด้วย

#ทรงพระเจริญ #สืบสานรักษาต่อยอด
#มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติกรุงเทพฯครั้งที่๒๘

https://www.facebook.com/share/p/1LkQggsZm8/

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของช่วยเหลือป...
06/09/2026

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของช่วยเหลือประชาชนชาวเนปาล ในเหตุการณ์อุทกภัยฉับพลันและดินถล่มรุนแรงทางตอนเหนือของเนปาล

วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๕๕ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ นายธัน พหาทุร โอลิ (Mr. Dhan Bahadur Oli) เอกอัครราชทูตเนปาลประจำประเทศไทย ณ โรงเก็บอากาศยาน กองบิน ๖ กองบัญชาการกองทัพอากาศ เพื่อนำไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนชาวเนปาลที่ประสบภัยพิบัติจากเหตุการณ์อุทกภัยฉับพลันและดินถล่มรุนแรงทางตอนเหนือของเนปาล เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๙ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย และผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ตลอดจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเรือน ทรัพย์สิน และโครงการสร้างพื้นฐานเป็นบริเวณกว้าง

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์ และทรงห่วงใยการเกิดเหตุอุทกภัยดังกล่าว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังประธานาธิบดีแห่งเนปาลในนามของประชาชนชาวไทย ด้วยแล้ว

พระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงแสดงถึงความห่วงใยและความปรารถนาดีต่อประชาชนของมิตรประเทศ โดยที่ผ่านมา ในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดส่งเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น พร้อมสิ่งของพระราชทานต่าง ๆ เพื่อช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนชาวเนปาล

ทั้งนี้ กองทัพอากาศ จะดำเนินการจัดส่งสิ่งของพระราชทานไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำเนปาล สำหรับมอบแก่รัฐบาลเนปาล เพื่อนำไปมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยฉับพลันและดินถล่มรุนแรง และผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อไป สำหรับสิ่งของพระราชทานที่จะไปช่วยบรรเทาทุกข์ในครั้งนี้ประกอบด้วย เต็นท์นอน ถุงนอนฉุกเฉิน ถุงพระราชทานสำหรับเด็ก เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ไฟฉาย หมวกนิรภัย ตลอดจนสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ

#ทรงพระเจริญ
#สืบสานรักษาต่อยอด

https://www.facebook.com/share/19MsvYE9YU/

🩷“นิกร” รมว.พม. ลุยโคราช มอบสวัสดิการกลุ่มเปราะบาง ขับเคลื่อน พม. 8 ด้าน สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส📌วันที่ 5 กันยายน 2569 ...
06/09/2026

🩷“นิกร” รมว.พม. ลุยโคราช มอบสวัสดิการกลุ่มเปราะบาง ขับเคลื่อน พม. 8 ด้าน สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส

📌วันที่ 5 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย ตามนโยบายกระทรวง พม. 8 ด้าน “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” พร้อมมอบสิทธิสวัสดิการสังคมและความช่วยเหลือตามภารกิจกระทรวง พม. ให้แก่กลุ่มเปราะบาง คนพิการ ผู้สูงอายุ และประชาชนที่ประสบปัญหาทางสังคมในพื้นที่

🚩การลงพื้นที่ครั้งนี้ รมว.พม. พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ เวลา 09.00 น. ณ องค์การบริหารส่วนตำบลสารภี อำเภอหนองบุญมาก เวลา 10.45 น. ณ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าลาดขาว อำเภอโชคชัย เวลา 13.00 น. ณ องค์การบริหารส่วนตำบลครบุรี อำเภอครบุรี และเวลา 14.45 น. ณ เทศบาลตำบลเสิงสาง อำเภอเสิงสาง เพื่อรับฟังปัญหา ติดตามการดำเนินงาน และส่งมอบความช่วยเหลือให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง

🩼🦯สำหรับการมอบสิทธิสวัสดิการสังคม ประกอบด้วย เงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมสำหรับกลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ประสบปัญหาทางสังคมในพื้นที่ กายอุปกรณ์รถเข็นนั่งสำหรับคนพิการ บัตรประจำตัวคนพิการจากการประเมินความพิการจากปัจจัยทางสังคมหรือพฤติการณ์แวดล้อม เงินกู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพสำหรับคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ตลอดจนเงินอุดหนุนโครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ และเงินอุดหนุนโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย รวมถึงเงินอุดหนุนศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน

😊การดำเนินงานดังกล่าวมุ่งให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของภาครัฐได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม พร้อมส่งเสริมให้คนพิการและผู้ดูแลคนพิการมีโอกาสประกอบอาชีพ มีรายได้ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ ขณะที่ผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางได้รับการดูแลและมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ปลอดภัย และเอื้อต่อการดำรงชีวิต

🗣️นายนิกร กล่าวว่า วันนี้ ตนได้นำคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ที่ดูแลประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายมาร่วมลงพื้นที่ด้วยกัน เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการจากสภาพความเป็นจริง และนำไปพัฒนาและปรับปรุงการทำงานเชิงรุกของกระทรวง พม. ในระดับพื้นที่จังหวัด เพื่อให้กลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ประสบปัญหาทางสังคมได้รับสิทธิสวัสดิการที่เหมาะสม ในการสร้างโอกาสการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ซึ่งกระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนนโยบาย พม. 8 ด้าน "สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน" โดยมุ่งเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้ให้" ไปสู่ "ผู้สร้างโอกาส" และเป็น "กำแพงพิงหลัง" ให้กับคนไทยทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็น เด็ก เยาวชน สตรี ครอบครัว ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม รวมถึงผู้มีรายได้น้อย อีกทั้งบูรณาการทำงานร่วมกับเครือข่ายท้องถิ่น และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เพื่อร่วมกันค้นหาและสำรวจครัวเรือนเปราะบางและประชาชนที่ประสบปัญหาทางสังคมในพื้นที่ พร้อมนำสิทธิสวัสดิการของรัฐเข้าถึงอย่างทั่วถึง

👉โอกาสนี้ นายบัลลังก์ ไวยท์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ทีมหน่วยงาน พม. จังหวัดนครราชสีมา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้แทนเครือข่ายท้องถิ่น ร่วมลงพื้นที่ด้วย

#จังหวัดนครราชสีมา #นิกรโสมกลาง #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #พม

🌏 เตรียมพร้อมทุกบทบาท เพื่อการเป็นเจ้าภาพที่น่าประทับใจภาพบรรยากาศการอบรมนิสิตนักศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน...
05/09/2026

🌏 เตรียมพร้อมทุกบทบาท เพื่อการเป็นเจ้าภาพที่น่าประทับใจ
ภาพบรรยากาศการอบรมนิสิตนักศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569
✨ ตั้งแต่การทำความรู้จัก IMF และ World Bank Group ความสำคัญของการประชุม บทบาทของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ ไปจนถึงมารยาทและพิธีการระหว่างประเทศ พร้อมทำความรู้จักทีมงานและภารกิจในแต่ละด้าน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก
เพราะเบื้องหลังการเป็นเจ้าภาพที่ดี คือการเตรียมพร้อมในทุกรายละเอียด
แล้วพบกัน 12-18 ตุลาคม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
🌏 Prepared to Be Exceptional Hosts
Behind the scenes at the training session for student volunteers supporting Thailand as host of the 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings.
✨ From exploring IMF and World Bank Group insights and the significance of the Annual Meetings and Thailand’s national role, to international etiquette and operational readiness—our volunteers are getting fully prepared to deliver a world-class welcome to global delegates.
Because great hospitality starts with attention to every detail.
See you on 12–18 October 2026 at the Queen Sirikit National Convention Center.

ภราดรเปิดเวที “เมืองเล็ก หัวใจสิงห์” ชวนแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างอัตลักษณ์ท้องถิ่นวันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 17.30 น.นายภรา...
05/09/2026

ภราดรเปิดเวที “เมืองเล็ก หัวใจสิงห์” ชวนแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างอัตลักษณ์ท้องถิ่น

วันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 17.30 น.นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเวทีเสวนา “เมืองเล็ก หัวใจสิงห์” ด้านการสื่อสารและการสร้างอัตลักษณ์ ณ ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี ร.ศ.130 เพื่อรับฟังความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการสื่อสารยุคใหม่ ตลอดจนแนวทางการสร้างอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้มีความโดดเด่นและเป็นที่จดจำ

โดยมีนายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และประชาชน ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นการสื่อสาร การสร้างภาพลักษณ์ และแนวทางการพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ นายภราดร ปริศนานันทกุล มีบทบาทในการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ซึ่งรวมถึงจังหวัดสิงห์บุรี โดยเวทีดังกล่าวมุ่งเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมสะท้อนความคิดเห็น เพื่อนำไปสู่การสื่อสารอัตลักษณ์ของจังหวัดสิงห์บุรีให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่และสร้างการรับรู้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

รมช.เกษตรฯ “ปิยะรัฐชย์” ลุยแม่จัน รณรงค์กำจัดด้วงหนวดยาวเจาะต้นกาแฟ หลังเชียงรายเสียหายกว่า 7,600 ไร่ เตรียมปั้น “บ้านแส...
05/09/2026

รมช.เกษตรฯ “ปิยะรัฐชย์” ลุยแม่จัน รณรงค์กำจัดด้วงหนวดยาวเจาะต้นกาแฟ หลังเชียงรายเสียหายกว่า 7,600 ไร่ เตรียมปั้น “บ้านแสนใหม่” สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
วันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชในสวนกาแฟ พร้อมเป็นประธานเปิดงาน “รณรงค์การป้องกันกำจัดด้วงหนวดยาวเจาะลำต้นกาแฟ” ณ ลานกิจกรรมบ้านแสนใหม่ หมู่ 19 ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย โดยมี นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วม
การจัดกิจกรรมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิกาในจังหวัดเชียงราย กำลังประสบปัญหาการระบาดของด้วงหนวดยาวเจาะลำต้นกาแฟ ซึ่งเข้าทำลายต้นกาแฟจนยืนต้นตายและไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยพบพื้นที่ได้รับผลกระทบและเสียหายรวม 7,643 ไร่ ขณะที่อำเภอแม่จันและอำเภอเมืองเชียงรายเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง รวมกว่า 2,000 ไร่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร
กรมส่งเสริมการเกษตรจึงเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาการสะสมของศัตรูพืช โดยนำชีวภัณฑ์มาใช้ควบคู่กับการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน เพื่อลดและบรรเทาความเสียหาย พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจให้เกษตรกรสามารถเฝ้าระวัง ป้องกัน และกำจัดด้วงหนวดยาวได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเหมาะสมกับสภาพพื้นที่
สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวทางป้องกันและกำจัดศัตรูพืช โดยเฉพาะการเตรียมรับมือศัตรูพืชที่อาจเพิ่มจำนวนขึ้นในฤดูกาลถัดไป รวมถึงการสาธิตและดำเนินการฉีดพ่นชีวภัณฑ์เชื้อราเมตาไรเซียม เพื่อควบคุมและทำลายด้วงหนวดยาวที่สะสมอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยมุ่งให้เกษตรกรสามารถนำแนวทางดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในสวนกาแฟของตนเองได้จริง และลดการพึ่งพาสารเคมี
นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งรณรงค์และสร้างความรู้ในการป้องกันด้วงหนวดยาวเจาะลำต้นกาแฟให้แก่เกษตรกร พร้อมยืนยันว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะไม่ละทิ้งพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ชายขอบ หากเกษตรกรมีปัญหาหรือความต้องการเพิ่มเติม สามารถสะท้อนมายังตนได้ และจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการช่วยเหลือโดยเร็ว
พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังมีแนวคิดผลักดัน “บ้านแสนใหม่” ให้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ โดยนำศักยภาพด้านการปลูกกาแฟ วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของชุมชนมาต่อยอดเป็นกิจกรรมท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ควบคู่กับการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน

“สุดฤทัย”อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ชูบทบาท “นักเล่าเรื่อง” สร้างความเข้าใจ เชื่อมโยงผู้คน สู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันบนเวท...
05/09/2026

“สุดฤทัย”อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
ชูบทบาท “นักเล่าเรื่อง” สร้างความเข้าใจ เชื่อมโยงผู้คน สู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันบนเวทีสื่อเอเชีย-แปซิฟิก ที่จีน

วันนี้ (5 กันยายน 2569) นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เข้าร่วมการประชุมสื่อ Asia-Pacific Media Forum 2026 (APMF 2026) ณ นครเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดโดยสำนักข่าวซินหัวและเครือข่ายพันธมิตร ภายใต้หัวข้อ “Building A Path to Shared Prosperity for the Asia-Pacific Community: Media Consensus and Action” หรือ “ปูทางสู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของประชาคมเอเชีย-แปซิฟิก: สานพลังสื่อ สู่ความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียว”

พิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายหลี่ เล่อเฉิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประธาน และนางสี ยั่นชวน รองประธานบริหาร​ สำนักข่าวซินหัว ในฐานะผู้แทนหน่วยงานเจ้าภาพร่วมกล่าวต้อนรับ

กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์​ของผู้นำสื่อ ผู้บริหาร นักวิชาการ และสื่อมวลชนกว่า 300 คน จากกว่า 20 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงเขตเศรษฐกิจเอเปค ในช่วงที่นครเซินเจิ้นเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค APEC Shenzhen 2026 ในเดือนพฤศจิกายนนี้

อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวปาฐกถา หัวข้อ “Stories of Mutual Learning Among Civilizations (เรื่องราวแห่งการเรียนรู้ซึ่งกันและกันในอารยธรรมที่หลากหลาย)​”ระบุว่า การสร้างประชาคมเอเชีย-แปซิฟิกที่เจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ไม่ได้เกิดจากการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย ความเข้าใจซึ่งกันและกันและความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม โดยสื่อมีบทบาทสำคัญยิ่งในการสร้างสะพานเชื่อมโยงผู้คนและสร้างความไว้วางใจระหว่างประเทศ​

“ พร้อมเน้นย้ำว่า สื่อยุคใหม่ต้องก้าวข้ามบทบาทของผู้ส่งสาร สู่การเป็น “นักเล่าเรื่อง” (Storytellers) ที่ถ่ายทอดความหลากหลายของแต่ละสังคม และนำเสียงที่แตกต่างมาสร้างความเข้าใจและความกลมกลืนบนพื้นฐานของ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเข้มแข็ง และความก้าวหน้าร่วมกัน โดยความร่วมมือและการผลิตเนื้อหาร่วมกันระหว่างสื่อของประเทศต่าง ๆ จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้าใจในภูมิภาค ”

นอกจากนี้ ไทยพร้อมสนับสนุนทิศทางของ APEC “China Year” ภายใต้ 3 เสาหลัก ได้แก่ การเปิดกว้าง นวัตกรรม​ และความร่วมมือ ควบคู่กับการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นางสุดฤทัย ยังกล่าวถึงการที่ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF และ World Bank Group Annual Meetings 2026 ว่า ความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เสถียรภาพร่วมกัน และภูมิปัญญาของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำสื่อร่วมกันสร้างเรื่องราวที่เชื่อมโยงผู้คน ยกระดับการนำเสนอข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และเปลี่ยนความแตกต่างให้เป็นจุดแข็งร่วมกัน เพื่อใช้พลังของสื่อในการให้ความรู้ สร้างภูมิปัญญา และขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน

/////

ที่อยู่

วงเวียน 2
Yala
95000

เบอร์โทรศัพท์

+6673203585

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ NBT YALAผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง NBT YALA:

ทางลัด

แชร์