The Unlock

The Unlock Youth media for local voices and social change
สื่อเยาวชนเพื่อชุมชนและสังคม

สนับสนุน/ติดต่องาน/ส่งบทความที่ [email protected]

สน.มธ.ล่ม! หลังถกวิธีพิจารณางบประมาณฯ รายโครงการ–รวบทั้งก้อนในวาระ 2 จนมีสมาชิกวอล์กเอาต์ คาดประชุมต่อพรุ่งนี้วันที่ 4 ก...
09/05/2026

สน.มธ.ล่ม! หลังถกวิธีพิจารณางบประมาณฯ รายโครงการ–รวบทั้งก้อนในวาระ 2 จนมีสมาชิกวอล์กเอาต์ คาดประชุมต่อพรุ่งนี้
วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 18:00 น. สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มการประชุมโดยมีวาระสำคัญในการพิจารณาร่างแผนงบประมาณกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระที่ 2–3 ซึ่งต้องยุติลง หลังที่ประชุมเกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับแนวทางการพิจารณางบประมาณ ว่าควรพิจารณาเป็นรายโครงการ หรือพิจารณารวบรวมทั้งหมดในวาระที่ 2
ระหว่างการประชุม มีสมาชิกบางส่วนซึ่งมองว่าการพิจารณาแบบรวบทั้งก้อนเป็นการกระทำที่ผิดต่อหลักการที่ควรจะเป็น ได้ทำการวอล์กเอาต์ออกจากที่ประชุมเพื่อเป็นการประท้วง ส่งผลให้การประชุมไม่สามารถดำเนินต่อไปได้
แหล่งข่าวแจ้งว่า สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีกำหนดกลับมาประชุมต่อในวันที่ 6 กันยายน 2569 ตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นไป พร้อมชวนติดตามว่า การพิจารณางบกิจกรรมนักศึกษา มธ. ปี 2570 จะเดินหน้าต่ออย่างไร ท่ามกลางความเคลื่อนไหวทางการเมืองเช่นนี้ภายในสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ปลดประธานสภานิสิตฯ ม.เกษตรฯ กำแพงแสน มติ 3 ใน 4 พ้นจากตำแหน่งเมื่อวานนี้ (4 กันยายน 2569) สภาผู้แทนนิสิต องค์การนิสิต มห...
09/05/2026

ปลดประธานสภานิสิตฯ ม.เกษตรฯ กำแพงแสน มติ 3 ใน 4 พ้นจากตำแหน่ง
เมื่อวานนี้ (4 กันยายน 2569) สภาผู้แทนนิสิต องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ออกประกาศ แจ้งเรื่องการพ้นตำแหน่งของประธานสภาผู้แทนนิสิต องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน ประจําปีการศึกษา 2569
โดยรายละเอียดประกาศฉบับนี้ ระบุว่า เนื่องด้วยทางสภานิสิตฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้มีการจัดประชุมสภานิสิตฯ สมัยวิสามัญ ครั้งที่ 6/2569 โดยในครั้งนี้ได้มีการลงมติสำคัญ นั่นคือ มติไม่ไว้วางใจตำแหน่งประธานสภาผู้แทนนิสิต กำแพงแสน คนปัจจุบัน
จากการลงมติถอดถอน กัญญณัช สกุลทองดี ประธานสภานิสิตฯ กำแพงแสน ด้วยคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของสมาชิกสภาผู้แทนนิสิต (สส.) กำแพงแสน จึงทำให้สถานภาพการดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนนิสิต วาระปีการศึกษา 2569 ของคนปัจจุบันสิ้นสุดลง ตามประกาศที่ลงไว้ ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 และในประกาศมีการลงชื่อรับรองโดย กัญญณัช สกุลทองดี ประธานสภานิสิตฯ กำแพงแสน ที่ถูกถอดถอนจากมติในที่ประชุมสภาเอง
ประกาศฉบับนี้ได้กล่าวอ้างอิงว่า การถอดถอนตำแหน่งประธานสภานิสิตฯ เป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่าด้วยการดำเนินกิจกรรมนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน พ.ศ. 2566 ข้อ 18(2) พร้อมทั้งแนบรายละเอียดระเบียบฉบับดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม การที่ประธานสภาฯ ถูกถอดถอนฟ้าผ่า ยังไม่ได้รับคำตอบจากทางสภานิสิตฯ ว่า เกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร แต่เน้นย้ำถึงการลงมติไม่ไว้วางใจครั้งนี้ว่า เป็นไปตามระเบียบที่กำหนด
โดยกระบวนการหลังจากนี้ จะมีการลงมติเลือกตำแหน่งประธานสภานิสิตฯ คนใหม่อีกครั้งในวันที่เท่าไร คงต้องรอติดตามประกาศจากทางสภานิสิตฯ อย่างใกล้ชิด และยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทางสภาต้องรอพูดคุยกับหน่วยงานกองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน อีกครั้งก่อนจะดำเนินการขั้นตอนต่อไป

09/05/2026

5 งาน 50 ปี 6 ตุลาฯ EP.1 มหิดล
เริ่มต้นขึ้นแล้วกับการรำลึก 50 ปี 6 ตุลาฯ ผ่านกิจกรรมจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ร่วมกันบอกเล่าเรื่องราว ความทรงจำ และบทเรียนจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ
และที่แรกที่เราจะพาไปชม คือ มหาวิทยาลัยมหิดล กับงาน “เทศกาลสันติภาพ 2569” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม 2569🕊️
แม้งานจะจบลงไปแล้ว แต่เราได้เก็บภาพบรรยากาศบางส่วนมาฝากทุกคน ให้ได้ย้อนชมไปพร้อม ๆ กัน บอกเลยว่า งานนี้ได้ทำให้เราได้เข้าใจอีกเศษเสี้ยวหนึ่งของเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ผ่านสายตาของชาวมหิดล
โปรดรอติดตาม EP. ต่อไป ว่าอีก 4 งานที่เหลือจะมีที่ไหน และมีเรื่องราวอะไรให้เราได้เรียนรู้กันบ้าง 👀
เรียบเรียงและตัดต่อ: Kat

หน่วยแพทย์และพยาบาลเพื่อมวลชน มหิดล ผู้เสียสละที่ถูกลืมในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519หากกล่าวถึง 6 ตุลา 2519 หลายท่านคงจะนึกถึง...
09/05/2026

หน่วยแพทย์และพยาบาลเพื่อมวลชน มหิดล ผู้เสียสละที่ถูกลืมในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519
หากกล่าวถึง 6 ตุลา 2519 หลายท่านคงจะนึกถึงภาพนิสิตและนักศึกษาจากหลากหลายมหาวิทยาลัย เดินขบวนชูป้ายประท้วง คลอเสียงดนตรีจากวงดนตรีนักศึกษา ก่อนที่เสียงดนตรีของผู้ชุมนุมจะถูกกลบด้วยเสียงระเบิดและห่ากระสุน ในขณะที่ผู้คนต่างวิ่งออกห่างเม็ดตะกั่ว กลับมีคนกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้าสนามเลือด เสี่ยงชีวิตของตน เพื่อรักษาชีวิตของเพื่อนร่วมอุดมการณ์ กลุ่มคนเหล่านี้คือ หน่วยแพทย์และพยาบาลเพื่อมวลชน (พมช.)
หน่วยแพทย์และพยาบาลเพื่อมวลชน (พมช.) คือหน่วยแพทย์ที่ต่อยอดมาจากหน่วยพยาบาลเล็ก ๆ ในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 เป้าประสงค์เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะ และสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในฐานะผู้รักษาและกอบกู้ลมหายใจ ทำให้หลังวันที่ 14 ตุลา เป็นต้นมา มีนักศึกษามหิดลหลายร้อยชีวิต ลงพื้นที่ทำหน้าที่แพทย์สนามตามที่ชุมนุมทั้งในใจกลางเมือง และพื้นที่ชนบทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมของชนชั้นกรรมาชีพหรือเกษตรกร
นอกจากหน่วย พมช. แล้ว นักศึกษามหิดลยังรวมตัวกันก่อตั้งวงดนตรีกรรมาชน วงดนตรีสตริงแนวเพื่อชีวิตออกบรรเลงปลุกขวัญและกำลังใจแก่ผู้ชุมนุม เรียกได้ว่านี่เป็นช่วงเบ่งบานของประชาธิปไตย
แต่ความสุขอยู่ได้ไม่นาน ในเวลาต่อมาฝ่ายขวากลับมามีบทบาทอีกครั้ง ส่งผลให้การลงพื้นที่ของหน่วยแพทย์และพยาบาลเพื่อมวลชนมหิดล (พมช.) เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะถูกต่อต้านจากชาวบ้านที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ นายทุน และเจ้าของที่ดิน
หนึ่งในเหตุการณ์น่าสลดนี้ คือการจากไปของ อมเรศ ไชยสอาด หนึ่งในคณะกรรมการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) เขาถูกลอบยิงเสียชีวิต ขณะพักผ่อนหลังช่วยเหลือชุมชนในจังหวัดนครราชสีมา ในเวลาไล่เลี่ยกัน ปรีดา จินดานนท์ สมาชิกวงดนตรีกรรมาชน ถูกรถพุ่งชนขณะก้าวขาออกจากมหาวิทยาลัย แม้เหตุการณ์นี้อาจดูเหมือนอุบัติเหตุ แต่การที่ไม่สามารถจับตัวคนขับ และอัตราความเร็วของการขับรถที่เร็วผิดปกติบริเวณหน้ามหาวิทยาลัย ทำให้หลายคนคาดเดาว่า นี่อาจเป็นการลอบสังหารจากขบวนการขวาพิฆาตซ้าย
ถึงกระนั้นการสูญเสียเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้จิตใจของนักสู้ลดน้อยลง เหล่านักศึกษามหิดลยังคงเดินหน้าและทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด
ในเดือนกันยาปี 2519 การกลับมาของถนอม กิตติขจร สร้างแรงกระเพื่อมลูกใหญ่ ประชาชนและเหล่านิสิตนักศึกษาร่วมกันต่อต้านการกลับมาของอดีตนายก สถานการณ์รุนแรงขึ้นหลังละครล้อเลียนคดี 2 ช่างการไฟฟ้า สื่อข่าวยิ่งยุยงให้เกิดความขัดแย้งด้วยการปั่นกระแส อ้างว่านักศึกษาและผู้ชุมนุมเหล่านี้เป็นคอมมิวนิสต์ จนเกิดวลี “ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป” กระแสต่อต้านผู้ชุมนุมทะยานขึ้นไม่หยุด จนในเช้ามืดวันที่ 6 ตุลา ระเบิด เอ็ม.97 ลูกแรกถูกยิงลงมากลางกลุ่มผู้ชุมนุม ณ สนามบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
6 ตุลา 2519 ช่วงเวลานั้นมหาวิทยาลัยมหิดลกำลังอยู่ในช่วงสอบ แต่ด้วยสำนึกสาธารณะและความกล้าหาญทำให้นักศึกษามหิดลหลายชีวิต เลือกทิ้งหนังสือ หันมาหยิบปลอกแขน หน่วยแพทย์และพยาบาลเพื่อมวลชนมหิดล (พมช.) เข้าช่วยเหลือผู้ชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยตั้งฐานรักษาความปลอดภัยไว้ใต้ตึกคณะบัญชี และแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน กระจายตัวรอบพื้นที่ชุมนุม
ตามอนุสัญญาเจนีวา ว่าด้วยการคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ต้องได้รับการคุ้มครองในทุกสถานการณ์ การโจมตีสถานที่ที่มีสัญลักษณ์กาชาดแดง จันทร์เสี้ยวแดง หรือคริสตัลแดง ถือเป็น อาชญากรรมสงคราม
นอกจากนั้น ตามธรรมนูญกรุงโรมของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) การกระทำ เช่น การฆ่าโดยเจตนา การทรมาน หรือการทำลายสถานพยาบาลโดยไม่มีเหตุผลทางทหาร เป็นการท้าทายคุณค่ามนุษยธรรมอย่างร้ายแรง ตามหลักการ หน่วย พมช.มหิดล ควรต้องได้รับการคุ้มครองจากความรุนแรงของฝ่ายตรงข้าม แต่ในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ปลอกแขนขาวปักกาชาดแดงต่างร่วงหล่นบนท้องสนาม ซึมซับของเหลวจากมนุษย์จนแดงฉานไม่อาจมองเห็นสัญลักษณ์ผู้ถูกคุ้มครอง
- สุรสิทธิ์ สุภาภา ถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ใต้ตึกบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- อับดุลรอเฮว สาตา เสียชีวิตขณะหลบการระดมยิง
- วีระพล โอภาสพิไล ถูกสะเก็ดระเบิดและถูกยิง ขณะเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
- สัมพันธ์ เจริญสุข ถูกยิงที่ศีรษะขณะปฏิบัติหน้าที่
- วิมลวรรณ รุ่งทองใบสุรีย์ สละที่นั่งบนเรือให้ประชาชนหนีตายข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนตนว่ายน้ำข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา แต่กลับถูกยิงเสียชีวิตกลางน้ำ
แม้เหตุการณ์ 6 ตุลา ผ่านไปแล้วก็ยังไม่แคล้วมีนักศึกษามหิดลเสียชีวิตจากการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่ว่าในพื้นที่ไหน แต่เหตุการณ์เหล่านี้ก็ไม่อาจทำลายจิตวิญญาณแห่งวิชาชีพของเหล่าผู้รักษาและกอบกู้ลมหายใจเพื่อนมนุษย์ของนักศึกษามหิดลลงได้
เรื่อง: อยู่เพื่อกิน

BREAKING: Treasury Office urges CMU to temporarily halt demolition of ‘Ang Kaew Dormitory–Fai Hin Flats,’ says approval ...
09/04/2026

BREAKING: Treasury Office urges CMU to temporarily halt demolition of ‘Ang Kaew Dormitory–Fai Hin Flats,’ says approval required if buildings are state property
CHIANG MAI, 4 September 2026 — The Chiang Mai Provincial Treasury Office has formally asked Chiang Mai University (CMU) to consider temporarily suspending the demolition of the 'Ang Kaew Women’s Dormitory' and 'Fai Hin Flats' while authorities verify the legal status and background of the two buildings.
In a letter dated 4 September 2026 and addressed to the President of Chiang Mai University, the Provincial Treasury Office requested that demolition work on both buildings be put on hold “until there is clarity” in order to prevent possible damage to state property while the facts are being examined.
The letter said the office had received a submission from the Association of Siamese Architects under Royal Patronage, which appealed against and objected to the disposal and demolition of the Ang Kaew Women’s Dormitory and Fai Hin Flats.
The association argued that both buildings possess historical and architectural value and constitute important evidence of the development of modern architecture in the region.
According to the Provincial Treasury Office, both buildings were constructed before 1977 and therefore “are state property buildings.” However, its review of the state property register has not yet found sufficiently clear details concerning the two structures.
The Office also cited the Chiang Mai University Act B.E. 2551 (2008) and the Ministerial Regulation on the Use of State Property B.E. 2563 (2020), stating that Chiang Mai University is an autonomous state agency rather than a government department and therefore does not have the authority to independently approve the demolition of state property buildings under the regulation.
“Therefore, if Chiang Mai University wishes to proceed with the demolition of state property buildings, it must first obtain permission from the Treasury Department,” the letter stated.
The Treasury Office further cited Clause 12 of the 2020 ministerial regulation, which provides that where the demolition or alteration of a state-owned building may affect historical, artistic or architectural values considered worthy of preservation, prior consent must be obtained from either the Treasury Department or the relevant Provincial Treasury Office, as applicable.
In the cases of Ang Kaew Dormitory and Fai Hin Flats, the Chiang Mai Provincial Treasury Office asked CMU to undertake several checks before proceeding.
These include determining whether the two buildings qualify as state property and whether they have been formally registered as such, as well as examining their history, architectural design, landscape architecture, age and heritage value in order to assess whether the buildings should be preserved.
The final point of the letter states: “In order to prevent any damage while the facts are being examined, please consider temporarily suspending the demolition of the two buildings until there is clarity.”
The intervention comes amid mounting opposition to the planned demolition from across the Chiang Mai University community, including alumni, current students, academics, staff members and professional organisations.
Opponents have called on the university to reconsider the project and conduct a proper assessment of the buildings’ historical and architectural significance before any demolition takes place.

ด่วน! ธนารักษ์เบรก มช. ขอระงับรื้อ ‘หอพักอ่างแก้ว-แฟลตฝายหิน’ ชั่วคราว ป้องกันความเสียหายแก่ราชการ ชี้หากเป็นราชพัสดุต้อ...
09/04/2026

ด่วน! ธนารักษ์เบรก มช. ขอระงับรื้อ ‘หอพักอ่างแก้ว-แฟลตฝายหิน’ ชั่วคราว ป้องกันความเสียหายแก่ราชการ ชี้หากเป็นราชพัสดุต้องขออนุญาตก่อน
วันที่ 4 กันยายน 2569 สำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่มีหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรื่อง “การรื้อถอนอาคารหอพักหญิงอ่างแก้ว และอาคารแฟลตฝายหิน” ขอให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่พิจารณา ระงับการรื้อถอนอาคารทั้ง 2 หลังไว้เป็นการชั่วคราว ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสถานะของอาคาร จนกว่าจะมีความชัดเจน
หนังสือดังกล่าวระบุว่า สำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ได้รับเรื่องจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งแจ้งขออุทธรณ์และคัดค้านการจำหน่ายอาคาร “หอพักหญิงอ่างแก้ว” และ “แฟลตฝายหิน” โดยให้เหตุผลว่า อาคารทั้งสองเป็นอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม และเป็นหลักฐานสำคัญของพัฒนาการสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในภูมิภาค
ในหนังสือ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ระบุว่า อาคารหอพักหญิงอ่างแก้วและอาคารแฟลตฝายหินที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะดำเนินการรื้อถอน เป็นอาคารที่ปลูกสร้างมาก่อนปี พ.ศ. 2520 และระบุว่าอาคารดังกล่าว “จึงเป็นอาคารราชพัสดุ” อย่างไรก็ตาม ในทะเบียนที่ราชพัสดุที่ตรวจสอบยังไม่ปรากฏรายละเอียดที่ชัดเจนของสิ่งปลูกสร้างทั้ง 2 หลัง
สำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ยังอ้างถึงพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2551 และกฎกระทรวงการใช้ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2563 โดยระบุว่า "มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีสถานะเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ และมิได้มีสถานะเป็นส่วนราชการ จึงไม่สามารถพิจารณารื้อถอนอาคารราชพัสดุได้เองตามกฎกระทรวงดังกล่าว"
หนังสือระบุว่า “ดังนั้น หากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ประสงค์จะดำเนินการรื้อถอนอาคารราชพัสดุจะต้องได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ก่อน”
นอกจากนี้ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ยังอ้างถึงข้อ 12 ของกฎกระทรวงการใช้ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2563 ซึ่งกำหนดว่า หากการรื้อถอนหรือตัดแปลงอาคารที่เป็นที่ราชพัสดุอาจมีผลกระทบต่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม หรือสถาปัตยกรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ จะต้องได้รับความยินยอมจากกรมธนารักษ์หรือสำนักงานธนารักษ์พื้นที่แล้วแต่กรณีก่อน
สำหรับกรณีหอพักอ่างแก้วและแฟลตฝายหิน สำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่จึงขอให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดำเนินการ 3 ประการ ได้แก่ ตรวจสอบว่าอาคารทั้งสองเป็นที่ราชพัสดุและขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุไว้หรือไม่ ตรวจสอบประวัติความเป็นมา รูปแบบสถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตยกรรม อายุ และคุณค่าของสิ่งปลูกสร้าง เพื่อประกอบการพิจารณาว่าเป็นอาคารที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์หรือไม่
พร้อมกันนี้ หนังสือระบุในข้อสุดท้ายว่า “เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหาย ขณะที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขอให้พิจารณาระงับการรื้อถอนอาคารทั้ง 2 หลังดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีความชัดเจน”
ประเด็นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสคัดค้านการรื้อถอนหอพักอ่างแก้วและแฟลตฝายหินจากหลายภาคส่วนในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทั้งศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน อาจารย์ บุคลากร และองค์กรวิชาชีพ ซึ่งเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยทบทวนโครงการและพิจารณาคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมของอาคารก่อนดำเนินการรื้อถอน

ประชาคม มช. รวมตัวหน้า ‘หอพักอ่างแก้ว’ จี้อธิการบดีระงับรื้อด่วน หลังคนงานเข้าพื้นที่ ชู 4 ข้อกังวลทั้งคุณค่าอาคาร-ความโ...
09/04/2026

ประชาคม มช. รวมตัวหน้า ‘หอพักอ่างแก้ว’ จี้อธิการบดีระงับรื้อด่วน หลังคนงานเข้าพื้นที่ ชู 4 ข้อกังวลทั้งคุณค่าอาคาร-ความโปร่งใส-การมีส่วนร่วม
วันที่ 4 กันยายน 2569 ตัวแทนประชาคมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ทั้งศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน อาจารย์ และบุคลากร ได้รวมตัวกันบริเวณหน้าอาคารหอพักอ่างแก้วเพื่อคัดค้านและเรียกร้องให้ ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีคำสั่งระงับการรื้อถอนอาคารหอพักอ่างแก้วและแฟลตฝายหินเป็นการด่วน หลังพบว่าเริ่มมีกลุ่มคนงานจากบริษัทคู่สัญญาเข้ามาเตรียมล้อมรั้วเพื่อทำการรื้อถอนในวันนี้
ตัวแทนนักศึกษา มช. เปิดเผยผ่านแถลงการณ์ว่า กลุ่มคนงานที่เข้ามาหน้าหอพักอ่างแก้วในวันนี้ ยืนยันว่ามาตามสัญญาจ้างรื้อถอนอาคารและบ้านพักบุคลากรจำนวน 123 รายการ ซึ่งมีรายชื่อของแฟลตฝายหินและหอพักอ่างแก้วรวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ ทางกลุ่มผู้คัดค้านระบุว่าไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งกับคนงานหน้างาน แต่ต้องการสื่อสารโดยตรงไปถึงอธิการบดี มช. ซึ่งเป็นรุ่นพี่คณะแพทยศาสตร์ที่เคารพ เพื่อสะท้อนข้อกังวลและข้อเรียกร้องหลัก 4 ประการ ดังนี้
1. คุณค่าทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์
อาคารทั้งสองแห่งเป็นผลงานการออกแบบของ "อมร ศรีวงศ์" สถาปนิกชื่อดังระดับประเทศ มีคุณค่าสูงในเชิงสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และวิศวกรรม อีกทั้งยังเป็นสถานที่สร้างสรรค์และบ่มเพาะนักคิดร่วมสมัยของไทย และเป็นที่พักพิงราคาย่อมเยาช่วยเหลือบุคลากรรายได้น้อยที่เข้ามาทำงานใน มช.
2. ความไม่โปร่งใสและการเพิกเฉยต่อการตรวจสอบ
ทางประชาคมฯ ได้ยื่นหนังสือขอข้อมูลข่าวสารตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อขอตรวจสอบเอกสารทั้งหมด เช่น รายงานผลการทดสอบความมั่นคงแข็งแรงของตึก และกระบวนการประชุมที่นำมาสู่การตัดสินใจทุบทำลาย โดยขอให้มหาวิทยาลัยตอบกลับภายใน 5 วัน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าหรือคำตอบใด ๆ ทว่ากลับเริ่มการรื้อถอนทันทีในวันนี้
3. ขาดแผนการพัฒนาพื้นที่ที่ชัดเจน
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดำเนินโครงการรื้อถอนโดยไม่มีการชี้แจงแผนรองรับหรือการนำพื้นที่ดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ต่อสู่สาธารณชนว่าจะทำเป็นพื้นที่ลักษณะใด เช่น สวนสาธารณะ หรือโครงการเชิงพาณิชย์อื่น ๆ
4. ขาดการมีส่วนร่วมของประชาคมและคนในพื้นที่
โครงการดังกล่าวขาดการเปิดโอกาสให้ประชาคม มช. โดยเฉพาะกลุ่มบุคลากรรายได้น้อย "คนตัวเล็กตัวน้อย" และสาธารณชน เข้ามามีส่วนร่วมกำหนดทิศทางว่าอาคารนี้ควรถูกรื้อถอนหรืออนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ร่วมกัน
ผู้แทนประชาคมฯ ระบุเพิ่มเติมว่า เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (4 กันยายน 2569) ทางผู้แทนประชาคมฯ ได้ประสานความร่วมมือกับ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือชี้แจงคุณค่าและความสำคัญของอาคารต่อ กรมธนารักษ์ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีรายงานว่าขณะนี้กรมธนารักษ์กำลังประสานงานติดต่อมายังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อดำเนินการตรวจสอบ
"สุดท้ายนี้ ขอเรียกร้องของเราไปยังพี่พงษ์รักษ์ อาจารย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล [อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่] นะครับ ขอให้ระงับคำสั่งในการทุบอาคารหอพักอ่างแก้วและแฟลตฝายหินออกไปก่อนนะครับ เพื่อให้เรามาเจรจากันนะครับ ว่าตึกตรงนี้ มีคุณค่าอย่างไร เราควรจะรักษา มีทางเลือกอื่นหรือไม่ ในการปรับปรุงไปใช้งาน" ผู้แทนประชาคมฯ ระบุ
"ในฐานะนักศึกษา ในฐานะคนตัวเล็กตัวน้อยที่มีส่วนร่วมกับประชาคมมหาวิทยาลัย นะครับ อยากจะขออาจารย์พงษ์รักษ์ว่า ขอช่วยพิจารณาเป็นการด่วนด้วยครับ ช่วยพวกเราด้วยครับ สวัสดีครับอาจารย์"
พร้อมทิ้งท้ายถึง ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและนายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุใต้โพสต์แถลงว่า "ช่วยด้วยครับ อาจารย์สุรเกียรติ ท่านนายกสภามหาวิทยาลัย สิ่งที่เป็นตอนนี้ทำให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีมากๆ มีอีกหลายทางเลือกที่สง่างามครับ"
ที่มา: SAAP 24:7

นิสิตหอจำปา จุฬาฯ ร้องน้ำไหลเบา-บางชั้นไม่ไหลนานหลายสัปดาห์ ชี้กระทบอาบน้ำ-ซักผ้า ถามหอพักมีแผนแก้ปัญหาอย่างไร “น้อยใจ” ...
09/04/2026

นิสิตหอจำปา จุฬาฯ ร้องน้ำไหลเบา-บางชั้นไม่ไหลนานหลายสัปดาห์ ชี้กระทบอาบน้ำ-ซักผ้า ถามหอพักมีแผนแก้ปัญหาอย่างไร “น้อยใจ” เป็นนิสิตทุน หวั่นมหาวิทยาลัยดูแลไม่เท่าหออื่น
วันที่ 3 กันยายน 2569 นิสิตหอพักจำปา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลายรายติดต่อมายัง The Unlock เพื่อสะท้อนปัญหาระบบน้ำภายในหอพัก หลังพบว่าน้ำไหลเบาต่อเนื่องมานานหลายสัปดาห์ และในบางช่วงบางชั้นแทบไม่มีน้ำใช้ ส่งผลกระทบต่อการอาบน้ำ การใช้ห้องน้ำ และการซักผ้า ขณะที่นิสิตระบุว่า แม้จะมีการแจ้งปัญหาไปยังสำนักงานหอพักแล้ว แต่ยังไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนถึงสาเหตุ ระยะเวลาในการแก้ไข หรือมาตรการรองรับระหว่างที่ระบบน้ำยังมีปัญหา
นิสิตรายหนึ่งส่งข้อมูลมายัง The Unlock ระบุว่า ตนพักอยู่ในหอจำปา ซึ่งเป็นหอพักขนาด 5 ชั้น และปัจจุบันยังไม่ได้รับการปรับปรุงในระดับเดียวกับหอพักบางแห่ง โดยปัญหาน้ำไหลเบาเกิดขึ้นต่อเนื่องประมาณ 2-3 สัปดาห์แล้ว แม้จะมีการนำป้ายมาติดแจ้งว่าจะมีการแก้ไข แต่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น และไม่มีการอัปเดตความคืบหน้าอย่างเป็นทางการ
นิสิตรายดังกล่าวระบุว่า “น้ำในหอพักจำปามันไหลเบามาสักพักแล้วครับ 2-3 สัปดาห์ และมีการนำป้ายมาติดว่าจะมีการแก้ไข แต่ก็ยังไม่ดีขึ้นเลย ไม่มีการอัปเดตอะไรให้นิสิตทราบ ไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะให้นิสิตไปอาบน้ำที่ไหน”
พร้อมมองว่า การเข้าถึงน้ำสำหรับอาบน้ำและใช้ห้องน้ำเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานของผู้อยู่อาศัย และอย่างน้อยที่สุด หากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันที ก็ควรมีการสื่อสารถึงสถานการณ์และมาตรการรองรับให้ชัดเจน
“อาจจะมีบางคนคิดว่า แหม ถ้ารู้ตัวว่านํ้าไหลเบาก็นำพวกถัง กะละมัง มารองนํ้าไว้ใช้สิ [แต่]ทำไมผมต้องทำครับ ในเมื่อการอาบน้ำ การเข้าห้องน้ำ มันเป็น welfare [สวัสดิการ]ขั้นพื้นฐานที่แทบทุกคนบนโลกไม่ควรกังวลที่จะได้ใช้ด้วยซ้ำ อย่างน้อยถ้ากำลังจัดการ มีอัปเดตอะไรก็บอกกันบ้าง มีแผนสำรองไหม ไม่ใช่หายเงียบไปแบบนี้”
เขาระบุเพิ่มเติมว่า ในวันที่ส่งข้อมูลมายัง The Unlock มีเพียงชั้น 4 และ 5 ที่ยังสามารถอาบน้ำได้ ขณะที่ชั้นอื่นประสบปัญหาน้ำไม่ไหลหรือไหลเบา
นอกจากนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมา มีนิสิตอีกรายติดต่อมายัง The Unlock ระบุว่า น้ำในหอจำปาไม่ไหลมาแล้วประมาณ 2 วัน และแม้จะมีการแจ้งในโอเพนแชต (OpenChat) ของหอพัก แต่รู้สึกว่ายังไม่ได้รับการตอบสนองหรือการแก้ไขที่เพียงพอ
นิสิตรายนี้ระบุว่า ผลกระทบไม่ได้จำกัดเพียงเรื่องการอาบน้ำ แต่ยังส่งผลต่อการใช้เครื่องซักผ้า ซึ่งใช้เวลานานขึ้นจากแรงดันน้ำที่ต่ำ รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงสภาพโดยรวมของหอพักที่ค่อนข้างเก่า โดยเฉพาะห้องน้ำ “ปัญหาคือนิสิตอาบน้ำไม่ได้ เครื่องซักผ้าใช้เวลานานขึ้น” และ “หอสภาพเก่ามาก ห้องน้ำนึกว่าเป็นห้องน้ำร้าง”
เบื้องต้นในโอเพนแชตพบว่า มีนิสิตหลายรายรายงานปัญหาคล้ายกัน ทั้งน้ำไหลเบา น้ำไม่ไหลในบางชั้น และต้องใช้เวลานานกว่าปกติในการซักผ้า ขณะที่มีการพูดถึงการแจ้งปัญหาไปยังเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ยังมีนิสิตจำนวนหนึ่งเรียกร้องให้สำนักงานหอพักชี้แจงสถานการณ์และกรอบเวลาการแก้ไขให้ชัดเจน
บางข้อความในกลุ่มระบุว่า “น้ำไหลเบามาก” “ชั้น 3 น้ำไม่ไหลเลย” และ “เรื่องน้ำนี้มันเกินไปนะครับ แล้วมันหลายวันแล้วด้วย เป็นเรื่องที่ควรจะแก้ก่อนอันดับแรกเลย เพราะว่านิสิตจะใช้ชีวิตยังไงต่อ”
มีนิสิตรายหนึ่งเสนอว่า หากเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ภายในระยะสั้น อย่างน้อยควรมีการติดป้ายหรือประกาศแจ้งปัญหาอย่างชัดเจน พร้อมอัปเดตความคืบหน้าเป็นระยะ เพื่อให้นิสิตสามารถวางแผนการใช้ชีวิตได้
ขณะเดียวกัน มีข้อสังเกตจากนิสิตบางรายว่า หอจำปามีนิสิตทุนพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และตั้งคำถามว่าการดูแลอาจแตกต่างจากหอพักอื่น
The Unlock อยู่ระหว่างติดต่อสำนักงานหอพักนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและแนวทางแก้ไขเพิ่มเติม หากได้รับคำชี้แจงจะนำมาเผยแพร่ต่อไป

อาจารย์สถาปัตย์ มช. เผยลาออกรองคณบดี เหตุจุดยืนกรณี ‘หอพักอ่างแก้ว’ ไม่ตรงกับฝ่ายบริหารเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 รองศาส...
09/03/2026

อาจารย์สถาปัตย์ มช. เผยลาออกรองคณบดี เหตุจุดยืนกรณี ‘หอพักอ่างแก้ว’ ไม่ตรงกับฝ่ายบริหาร
เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.สันต์ สุวัจฉราภินันท์ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยถึงสาเหตุการลาออกจากตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายวิชาการ อ้างอิงจากเพจ “ประชาคมมอชอ – Community of MorChor” ระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวมาจากแนวคิด ท่าที และวิธีการต่อกรณี “หอพักอ่างแก้ว” ที่ไม่สอดคล้องกับทางคณะและวิสัยทัศน์ทางวิชาการของคณะที่ตนต้องรับผิดชอบ
“ผมเลือกที่จะลาออก เพราะแนวคิด ท่าที และวิธีการที่มีต่อเรื่องหอพักอ่างแก้วนี้ไม่ตรงกันกับทางคณะและวิสัยทัศน์ทางวิชาการของคณะ ที่ผมต้องทำหน้าที่ครับ / ไม่มีปัญหาอื่นนะครับ”
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม อ.สันต์ ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ของ The Unlock เพื่อแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของตน โดยระบุว่าได้ลาออกจากตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายวิชาการแล้วตั้งแต่วันจันทร์ก่อนหน้า และการออกมาเรียกร้องต่อกรณีหอพักอ่างแก้วเป็นการแสดงจุดยืนในฐานะ “อาจารย์-นักวิชาการ-สถาปนิก”
ความเห็นดังกล่าวปรากฏภายหลัง The Unlock รายงานกรณีมูลนิธิของตระกูลผู้บริจาคที่ดินเพื่อก่อตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรียกร้องให้มหาวิทยาลัยทบทวนการรื้อถอน “หอพักอ่างแก้ว” และ “แฟลตฝายหิน” พร้อมเสนอให้หยุดแผนไว้ชั่วคราวเพื่อศึกษาข้อมูลและทางเลือกอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ

สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ จัดรำลึกแก่ เปี๊ยก วิชิตชัย อมรกุล เนื่องในวันสารทจีนสะท้อนจิตวิญญาณที่ยังหลงเหลืออยู่จากเหตุก...
09/02/2026

สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ จัดรำลึกแก่ เปี๊ยก วิชิตชัย อมรกุล เนื่องในวันสารทจีน
สะท้อนจิตวิญญาณที่ยังหลงเหลืออยู่จากเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519
50 ปีมาแล้วที่ เปี๊ยก วิชิตชัย อมรกุล เคยเป็นนิสิตภาควิชาการปกครอง ชั้นปีที่สอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ นอกจากบทบาทนิสิต เขายังดำรงตำแหน่งประธานชมรมรักบี้ของคณะ
ปัจจุบันยังมีหลักฐานที่ยืนยันการมีอยู่ของเขาในคณะฯ เห็นได้จากรูปภาพที่แขวนอยู่ในห้องที่ตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่เขาในตึกกิจกรรมนิสิตคณะรัฐศาสตร์ และหมุดทองเหลืองที่อุทิศแก่เขา ปักบนกำแพงเหนือบันไดอาคารสำราญราษฎร์บริรักษ์
ช่วงชีวิตที่ควรจะผลิบาน กลับถูกทำให้ปลิดปลิวในวัย 19 ปี เมื่อเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ เพราะคลื่นความเกลียดชังที่โหมกระหน่ำเข้าใส่ผู้ชุมนุม
ในเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ เปี๊ยกอาสาเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยในขบวนการนักศึกษาอย่างกล้าหาญจนเสียชีวิต แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงนิสิตธรรมดาเหมือนกับพวกเราทุกคน
ทั้งที่เปี๊ยกควรได้ใช้ชีวิตศึกษารัฐศาสตร์จนจบ และอยู่เพื่อสิ่งที่เขารักอย่างคนหนุ่มสาวทั่วไป
ชื่อของ เปี๊ยก ในฐานะรุ่นพี่และบรรพชนคนหนึ่งยังไม่ถูกพูดถึงมากนัก เขาถูกพูดถึงเพียงแค่ “เหยื่อผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ” ดังนั้น ผู้จัดกิจกรรมจึงถือวันสารทจีนเป็นโอกาสอันดีที่จะได้จัดพื้นที่รำลึกถึงนิสิตจุฬาผู้ล่วงลับ ผู้มีความเป็นนักกีฬาในตัวเองและผู้มีความหวังดีต่อเพื่อนร่วมอุดมการณ์ตราบจนช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต
ในวันสารทจีนที่ผ่านมานี้ (27 สิงหาคม) ฝ่ายส่งเสริมประชาธิปไตย คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ จึงได้จัดพิธีรำลึกถึงการจากไปของเปี๊ยก ด้วยการเซ่นไหว้ที่ตึกกิจกรรมนิสิต โดยมีของไหว้เป็นส้มโอ น้ำชา และผัดหมี่ นอกจากนี้ยังมีหมั่นโถวที่ได้ปั้นขึ้นเป็นรูปลูกรักบี้ เพื่อรำลึกว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นประธานชมรมรักบี้ของคณะ และยังเป็นที่รักและคิดถึงของนิสิตรุ่นต่อ ๆ มาจนถึงรุ่นปัจจุบัน
นอกจากนี้ ปลื้ม ในฐานะผู้จัดงาน และหัวหน้าฝ่ายส่งเสริมประชาธิปไตย สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ขอใช้โอกาสนี้เชิญชวนนิสิต นักศึกษา บุคคลทั่วไป ลงชื่อในแคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา” เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวได้ทิ้งแผลไว้ให้สังคมไทยมาอย่างยาวนาน หนึ่งในนั้นคือคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองฉบับที่ 41 ซึ่งมีผลเพิ่มโทษทางอาญาของกฎหมายหลายฉบับ เช่น กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (ม.112) กฎหมายเหยียดหยามศาสนา (ม.206) และกฎหมายลบหลู่ธงชาติ (ม.118)
การยกเลิกคำสั่งดังกล่าวจึงควรเกิดขึ้นเพื่อชำระสะสางบาปที่เผด็จการทิ้งไว้ และชดเชยความบริสุทธิ์ให้กับเยาวชนผู้ถูกคร่าชีวิตไปในครั้งนั้น รวมถึงเปี๊ยก อดีตนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บทสัมภาษณ์: ปลื้ม
เรื่อง: คุกกี้รสหมาล่านมสด

Address

48 Quincy St
Cambridge, MA
02138

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when The Unlock posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to The Unlock:

Shortcuts

Share