Mockingbird - Agent 19

Mockingbird - Agent 19 I'm Barbara 'Bobbi' Morse or Agent 19 of S.H.I.E.L.D, My code name's Mockingbird, And the one character of MARVEL UNIVERSE
(1)

All Things Marvel
06/05/2018

All Things Marvel

ทางเพจ All Things Marvel มีกิจกรรมให้ร่วมสนุกและลุ้นรับบัตรเข้างาน Asia Comic Con

เพียงกด Like เพจ Asia Comic Con พร้อมกด Like และ Share โพสต์นี้เป็นสาธารณะ รวมถึงแสดงความคิดเห็นในโพสต์ว่า

“อยากไปเจออะไรในงาน Asia Comic Con มากที่สุด และเพราะอะไร?”

ความคิดเห็นไหนโดนใจแอดมิน รับไปเลยบัตรเข้างาน Asia Comic Con 2018 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 1 ใบ

หมดเขตกิจกรรมร่วมสนุก 7 มิถุนายนนี้ เวลา 2 ทุ่ม และประกาศบนเพจเวลา 4 ทุ่มของวันเดียวกัน

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬
Asia Comic Con ที่สุดแห่งประสบการณ์ ป๊อปคัลเจอร์ครั้งใหม่ ในวันที่ 8-10 มิถุนายน 2561 ที่ Royal Paragon Hall ชั้น 5 Siam Paragon

สามารถซื้อบัตรเข้างานได้ที่หน้างาน ราคา 180 บาท เท่านั้น!!!

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬
★ Website : www.asiacomiccon.com
★ YouTube : bit.ly/2BW5Ppl
#AsiaComicCon #ACC #ACC2018

All Things Marvel
11/30/2016

All Things Marvel

ดู Agents of S.H.I.E.L.D. จบแล้ว มาคุยกันได้ (สปอยล์)

#Miles

All Things Marvel
10/29/2016

All Things Marvel

ปัจจุบันภาพยนตร์ของมาร์เวลดำเนินถึงเฟสที่ 3 แล้ว วันนี้แอดมินขอนำเสนอเรื่องของอัญมณีพลังทั้ง 6 หรือที่รู้จักกันในนามของอินฟินิตี้ สโตนส์ (Infinity Stones) แห่งจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล ประวัติของอัญมณีพลังทั้ง 6 ตามที่ทาเนเลียร์ ทิวาน (Taneleer Tivan) หรือที่รู้จักกันในนามของ เดอะ คอลเลคเตอร์ (The Collector) ได้กล่าวไว้ในภาพยนตร์ Marvel's Guardians of the Galaxy ว่า

"ก่อนกาลกำเนิดสรรพสิ่ง มีเอกภาวะอยู่หกอัตรา"
"หลังจากการระเบิดจักรวาลก็อุบัติขึ้น"
"เศษสะเก็ดจากแต่ละเอกภาวะก็หลอมรวมอัดกันเป็นก้อนมณีหนาแน่นสูง"
"คืออินฟินิตี้ สโตนส์"
"อำนาจของมณีเหล่านี้เหมือนจะสั่งการได้ โดยสิ่งมีชีวิตที่มีพลังสูงเท่านั้น"
"ทัศนา... ผู้ครองมณีเหล่านี้ สามารถใช้อำนาจของมันลบล้างอารยธรรมทั้งดวงดาวได้ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ"
"และเคยมีครั้งนึง หมู่ผู้ถือครองแบ่งปันอำนาจของมณีกันไปได้ทั้งกลุ่ม"
"แต่เพียงไม่นานก็ถูกอำนาจของมันทำลายล้าง ช่างงดงามเกินกว่าสิ่งใด"

ดูภาพได้ที่: goo.gl/DMznJx

หลังจากได้ ทาเนเลียร์ ทิวาน เล่าให้กับเหล่าสมาชิกทีมของการ์เดี้ยนฯ ฟัง ปีเตอร์ ควิลล์ (Peter Quill) หรือที่รู้จักกันในนาม สตาร์-ลอร์ด (Star-Lord) ได้อุทานออกมาว่า "บอกได้เลยตอนนี้ฉี่กำลังจะราด" แค่เพียงได้ฟังการกำเนิดของเหล่า อินฟินิตี้ สโตนส์ เพียงเท่านั้น

ซึ่งปัจจุบัน อินฟินิตี้ สโตนส์ นั้นกระจัดกระจายอยู่หลายแห่งและในอนาคตเราอาจจะได้เห็นอัญมณีพลังทั้ง 6 นี้มารวมในภาพยนตร์ Marvel's Avengers ภาคที่ 3 และ 4 โดยอัญมณีพลังทั้งหมดนี้จะไปอยู่ในการครอบครองของธานอส (Thanos) ซึ่งปัจจุบันธานอสนั้นได้ครอบครองถุงมือ อินฟินิตี้ (Infinity Gauntlet) แล้ว ตามที่ได้ชมในโพสต์ เครดิต ของภาพยนตร์ Marvel's Avengers: Age of Ultron

ต่อไปนี้แอดมินจะมากล่าวถึงอินฟินิตี้ สโตนส์ ที่ได้ปรากฎในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวลแล้ว ซึ่งปัจจุบันปรากฎในภาพยนตร์แล้ว 5 ชิ้น ดังต่อไปนี้

1. ลูกบาศก์เทสเซอร์แรค (Tesseract) จริงๆ แล้วมันคือ อัญมณีพลังแห่งมิติ (Space Stone) มีแสงประกายสีฟ้าเหลือบขาว พลังของอัญมณีพลังชิ้นนี้ ทำให้ผู้ครอบครองสามารถเปิดประตูมิติต่างๆ และยังสามารถท่องอวกาศ รวมถึงวาร์ปส่งสิ่งมีชีวิตหรือวัตถุทุกขนาดไปยังที่ใดก็ได้ในจักรวาลนี้ก็ได้
อัญมณีพลังชิ้นนี้ปรากฎในจักรวาลภาพยนตร์ครั้งในภาพยนตร์ Marvel's Captain America: The First Avenger โดยเทพเจ้าโอดิน (Odin) นำมาซ่อนไว้ยังวิหารเก่าที่ทอนสเบิร์ก ในประเทศนอร์เวย์ เพื่อหลบซ่อนผู้ใฝ่หาขุมพลังของเทสเซอร์แรค ต่อมา โจฮาน สมิธ (Johann Schmidt) หรือที่รู้จักในนามของ เรด สกัลล์ (Red Skull) ผู้นำนาซี (Nazi) และไฮดร้า (Hydra) ในยุคสงครามโลกเมื่อ 70 ปีก่อน ซึ่งต้องการพลังเหนือมนุษย์ไปครอบครองแต่ก็ควบคุมขุมพลังนี้ไว้ไม่ได้ จึงถูกพลังของเทสเซอร์แรค วาร์ปตัวของเรด สกัลล์ ไปที่ใดที่หนึ่งในจักรวาลแห่งนี้ และเทสเซอร์แรคได้จมไปใต้ท้องทะเลน้ำแข็งพร้อมกับร่างของสตีฟ โรเจอร์ส (Steve Rogers) หรือที่รู้จักกันในชื่อของ กัปตัน อเมริกา (Captain America)

ต่อมา ฮาเวิร์ด สตาร์ค (Howard Stark) พ่อของ โทนี่ สตาร์ค (Tony Stark) ได้ค้นพบเทสเซอร์แรคในก้นมหาสมุทร ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกองยุทธวิธีจัดระเบียบกำลังพิเศษแห่งมาตุภูมิ หรือที่รู้จักในนามของหน่วยชิลด์ (S.H.I.E.L.D.)

ในปี ค.ศ. 2012 หน่วยชิลด์ได้ค้นคว้าทดลองการเปิดประตูมิติโดยเทสเซอร์แรค จึงทำให้เกิดเรื่องราวในภาพยนตร์ Marvel's The Avengers โดยเทพโลกิ (Loki) ได้โผล่มาในการทดลองของหน่วยชิลด์และได้ชิงเทสเซอร์แรคไปเพื่อนำไปเปิดประตูมิติ เพื่อให้เผ่าพันธุ์ต่างดาวที่มีชื่อว่า ชิทอรี่ (Chitauri) บุกมาทำลายโลก แต่การบุกโลกครั้งนี้กลับพ่ายแพ้ต่อทีมอเวนเจอร์ส โลกิจึงถูกจับตัวกลับไปยังแอสการ์ด (Asgard) โดยเทพเจ้าธอร์ (Thor) เพื่อกลับไปรับโทษที่ก่อไว้ และธอร์ได้นำเทสเซอร์แรคกลับแอสการ์ดไปด้วย

ปัจจุบันเทสเซอร์แรคอยู่ภายใต้การครอบครองของแอสการ์ด โดยมีเฮมดัล (Heimdall) นายทวารแห่งแอสการ์ด ผู้ที่ใช้เทสเซอร์แรคในการรับ-ส่งชาวแอสการ์ไปยังอาณาจักรต่างๆ แทนสะพานสายรุ้ง (Bifrost) ที่เสียหายไปโดยฝีมือของธอร์ในภาพยนตร์ Maevel's Thor เทพเจ้าสายฟ้า

2. คฑาแห่งชิทอรี่ (Chitauri's Scepter) จริงๆ แล้วมันคือ อัญมณีพลังแห่งจิต (Mind Stone) เมื่ออยู่ที่คฑาจะมีประกายแสงสีฟ้า แต่ถ้ากระเทาะออกมาจะมีประกายแสงสีเหลือง พลังของอัญมณีพลังชิ้นนี้ทำให้ผู้ครอบครองสามารถควบคุมจิตใจผู้อื่น เปลี่ยนแปลง แทรกเหตุการณ์ ลบความจำ รวมทั้งใส่ความฝันลงไปในสมองคนอื่นก็ได้ สามารถใช้ค้นหาคนอื่นผ่านคลื่นสมอง สื่อสารทางโทรจิตและเคลื่อนย้ายวัตถุ โดยอัญมณีชิ้นนี้ฝังอยู่ที่ส่วนหัวของคฑา

อัญมณีพลังชิ้นนี้ปรากฎในจักรวาลภาพยนตร์ครั้งในภาพยนตร์ Marvel's The Avengers ตอนที่โลกิปรากฎกายหลังจากการทดลองของหน่วยชิลด์ โลกิได้รับคฑามาจาก ดิ ออเธอร์ (The Other) ผู้นำเผ่าพันธุ์ชิทอรี่ โลกิได้ใช้คฑาควบคุมจิตใจของ คลินท์ บาร์ตั้น (Clint Barton) หรือที่รู้จักในนามของ ฮอว์คอาย (Hawkeye) เจ้าหน้าที่ฝีมือดีด้านการยิงธนูของหน่วยชิลด์ และ ดร. อิริค เซลวิก (Dr. Erik Selvig) นักวิทยาศาสตร์ผู้ชำนาญการด้านดาราศาสตร์ที่อาสามาเป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยชิลด์ โดยมีแผนว่าจะเปิดประตูมิติให้เผ่าพันธุ์ชิทอรี่บุกมาทำลายโลก

หลังจากสงคราชิทอรี่กับเหล่าทีมอเวนเจอร์สได้จบลง คฑาได้อยู่ในการครอบครองของหน่วยชิลด์ ต่อมาหน่วยชิลด์ได้ล่มสลายลงเพราะองค์กรไฮดร้าเข้ามาแทรกซึม กลุ่มไฮดร้าที่นำโดย บารอน สตรัคเกอร์ (Baron Strucker) และ ดร. ลิสต์ (Dr. List) ได้ขโมยคฑามาเก็บไว้ที่ฐานลับของไฮดร้าที่อาร์คติค เซอร์เคิล (Arctic Circle) ตามที่เราได้เห็นในโพสต์ เครดิตของภาพยนตร์ Marvel's Captain America: The Winter Soldier โดยการนำพลังของอัญมณีพลังมาทำให้ฝาแฝดแม็กซิมอฟฟ์มีพลังเหนือมนุษย์

ต่อมาหน่วยชิลด์ที่ถูกแทรกแซงโดยเรียลชิลด์ (Real S.H.I.E.L.D.) ได้นำทีมของ ฟิล โคลสัน (Phil Coulson) ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการของหน่วยชิลด์ในตอนนั้นบุกฐานลับของไฮดร้าที่อาร์คติค เซอร์เคิลเพื่อเข้าไปช่วย ลินคอล์น แคมป์เบลล์ (Lincoln Campbell) หรือที่รู้จักกันในชื่อสปาร์คปลั๊ก (Sparkplug) และ ไมเคิล ปีเตอร์สัน (Michael Peterson) หรือหรือที่รู้จักกันในชื่อเดธล็อค (Deathlok) หลังจากที่ทั้ง 2 ถูกไฮดร้าจับไปทดลอง ตามที่ได้เห็นในซีรี่ส์ Marvel's Agents of S.H.I.E.L.D. ซีซั่น 2 บารอน สตรัคเกอร์ และ ดร. ลิสต์ ได้ไหวตัวทันจึงย้ายฐานลับไปยังประเทศโซโคเวีย (Sokovia) แต่กลับถูกทีมอเวนเจอร์สบุกทลาย จึงทำให้คฑามาอยู่ในการครอบครองของทีมอเวนเจอร์ส ตามที่ได้เห็นในภาพยนตร์ Marvel's Avengers: Age of Ultron

หลังจากทีมอเวนเจอร์สได้คฑามาครอบครอง โทนี่ สตาร์ค (Tony Stark) ได้ทำการขอยืมคฑาเพื่อการศึกษาค้นคว้าก็ที่ธอร์ (Thor) จะนำมันกลับไปยังแอสการ์ด โดยมี บรูซ เบนเนอร์ (Bruce Banner) เป็นลูกมือในการศึกษาค้นคว้า ทำให้ปัญญาประดิษฐ์ที่อยู่เหนือการควบคุมเกิดขึ้นมา โดยมีชื่อว่า อัลตรอน (Ultron) อัลตรอนได้หยิบคฑาติดมือไปด้วย และได้ทำการร่วมมือกับฝาแฝดแม็กซิมอฟฟ์ในการสร้างร่างกายใหม่ของอัลตรอน โดยใช้คฑาในการบังคับจิตใจของ ดร. เฮเลน โช (Dr. Helen Cho) นักวิทยศาสตร์สาวชาวเกาหลีผู้เชี่ยวชาญด้านชีวเคมีและโครงสร้างเนื้อเยื่อ มาเป็นผู้สร้างร่างกายใหม่ให้กับอัลตรอนโดยมีแร่ไวเบรเนี่ยม (Vibranium) กับเตียงซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ในขั้นตอนการสร้างปรากฎว่าแร่ไวเบรเนี่ยมผสานกับเนื่อเยื่อได้เป็นอย่างดี โดยอัลตรอนกระเทาะผลึกอัญมณีบนคฑาออกมา ปรากฎให้เห็นเป็นอัญมณีพลังแห่งจิต (Mind Stone) และเอาไปฝังไว้บนหน้าผากของร่างที่ไร้ดวงจิตร่างนั้น

ปัจจุบันอัญมณีพลังแห่งจิต (Mind Stone) อยู่บนหน้าผากของวิชั่น (Vision) สมาชิกคนใหม่ของทีมอเวนเจอร์สนั่นเอง

3. อีเธอร์ (Aether) ขุมพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของตัวเองได้ จริงๆ แล้วมันคือ อัญมณีพลังแห่งความเป็นจริง (Reality Stone) มณีพลังชิ้นนี้มีประกายแสงสีแดง พลังของอัญมณีชิ้นนี้ ทำให้ผู้ครอบครองมีพลังเปลี่ยนแปลงความจริงทุกอย่างให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ครอบครองมัน ให้อยู่เหนือหลักวิทยาศาสตร์

อีธอร์ได้อยู่ถูกค้นพบโดย มาเลคิธ (Malekith) ราชาของดาร์คเอลฟ์ แห่งสวาตัลฟ์ไฮล์ม (Svartalfheim) แต่กลับถูกพ่อของเทพเจ้าโอดิน ผู้มีศักดิ์เป็นปู่ของธอร์แย่งชิงไปและทำไปซ่อนในสถานที่ลึกลับ แต่กลับถึงค้นพบโดย เจน ฟอสเตอร์ (Jane Foster) แฟนสาวชาวมิดการ์ดของธอร์ และอีเธอร์ได้เข้าซึมสู่ร่างกายของเธอ ธอร์จึงนำเจน ฟอสเตอร์ ไปยังแอสการ์ดเพื่อนำอีเธอร์ออกจากร่างกายของเธอ แต่หมอชาวแอสการ์ดไม่สามารถนำมันออกมาได้ มาเลคิธสัมผัสได้ถึงพลังของอีเธอร์จึงนำทัพดาร์คเอลฟ์บุกโจมตีแอสการ์ด เพื่อชิงตัวของเจน ฟอสเตอร์ ในเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ราชนีฟริกก้า (Frigga) แม่ของธอร์เสียชีวิตในการปกป้องเจน ฟอสเตอร์ และทำให้มาเลคิธไม่สามารถชิงอีเธอร์ไปได้

หลังจากนั้นธอร์จึงได้วางแผนโดยแหกคุกให้โลกิ เพื่อล้างแค้นให้ฟริกก้า โดยนำตัวเจน ฟอสเตอร์ ไปด้วยเพื่อให้มาเลคิธ ดึงอีเธอร์ออกจากร่างกายของเธอ หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดในภาพยนตร์ Thor: The Dark World ธอร์ได้นำอีเธอร์กลับแอสการ์ด และได้มีคำสั่งให้ซิฟ (Sif) และวอลส์เทกก์ (Volstagg) นำอีเธอร์ไปมอบให้ทาเนเลียร์ ทิวาน หรือ เดอะ คอลเลคเตอร์ ตามที่ได้เห็นในโพสต์ เครดิตของภาพยนตร์ Thor: The Dark World โดยมีบทสนทนาระหว่างซิฟและเดอะ คอลเลคเตอร์เพื่อการยืนยันว่าอีเธอร์นั้นอยู่กับเดอะ คอลเลคเตอร์จริงๆ
"ไม่เป็นการฉลาดเลยที่จะเก็บอีเธอร์ไว้ใกล้กับอัญมณีพลัง"
ซึ่งอัญมณีพลังที่ซิฟกล่าวถึงนั้น หมายถึง เทสเซอร์แรคนั่นเอง แต่เหตุการณ์ในภาพยนตร์ Marvel's Guardians of the Galaxy คลังของเดอะ คอลเลคเตอร์เกิดระเบิดขึ้นโดยพลังของออร์บ จึงเป็นข้อสงสัยของแฟนๆ ว่าอีเธอร์จะยังอยู่กับเดอะ คอลเลคเตอร์หรือไม่?*

4. ออร์บ (Orb) จริงๆ แล้วมันคือ อัญมณีพลังแห่งพละกำลัง (Power Stone) มณีพลังชิ้นนี้มีประกายแสงสีม่วง พลังของอัญมณีชิ้นนี้มีพลังทำให้ผู้ครอบครองเพิ่มความแข็งแกร่งได้แบบไร้ขีดจำกัด

ออร์บเองก็ถูกซ่อนอีกเช่นเคย แต่ถูกค้นพบโดย ปีเตอร์ ควิลล์ หรือที่รู้จักกันในนาม สตาร์-ลอร์ด เพื่อนำไปขายให้กับผู้สะสมสมบัติแห่งจักรวาลรวมถึงเดอะ คอลเลคเตอร์ แต่ก่อนจะไปขายให้กับเดอะ คอลเลคเตอร์ กลับถูกกาโมร่า (Gamora) แย่งชิงตามคำสั่งของธานอส พ่อบุญธรรมของเธอเอง แต่การแย่งชิงออร์บล้มเหลวทำให้สตาร์-ลอร์ด กาโมร่า ร็อคเก็ต (Rocket) และกรู๊ท (Groot) ถูกจำคุกที่เดอะ ไคล์น (The Kyln) ของโนวา คอร์ปส (Nova Corps) ทำให้พบกับแดรกซ์ (Drax) ผู้ที่ถูกโรแนน (Ronan) เผ่าพันธุ์ครีหัวโบราณพรากชีวิตคนในครอบครัวไปต่อหน้าต่อตา

หลังจากทุกคนได้แหกคุกออกมาได้พวกเขาได้ไปพบกับเดอะ คอลเลคเตอร์ เพื่อไปขาย แต่ออร์บกลับทำให้คลังระเบิด สตาร์-ลอร์ดได้หยิบออร์บออกมาจากคลังด้วย และพยายามติดต่อโนวา คอร์ปส เก็บรักษาออร์บไว้เพื่อไม่ให้อยู่ในมือคนชั่ว แต่กลับถูกเนบูล่า (Nebula) น้องสาวบุญธรรมของกาโมร่าชิงไปให้โรแนน แต่โรแนนไม่นำออร์บไปให้ธานอส และประกาศเป็นศัตรูกับธานอสโดยการนำมณีที่อยู่ในออร์บมาติดที่อาวุธของตน ทำให้โรแนนมีพลังแบบไร้ขีดจำกัด ทั้งทีมการ์เดี้ยนได้ต่อสู้กับโรแนนเพื่อแย่งชิงออร์บ ฝ่ายการ์เดี้ยนชนะโรแนน และมอบออร์บให้กับโนวา คอร์ปสเก็บรักษาไว้ให้ไกลจากมือคนไม่ดี

**ถ้ายังไม่ได้ชมภาพยนตร์ Doctor Strange ห้ามอ่านข้อความข้างล่างนี้เด็ดขาด เนื่องจากสปอยล์เนื้อหาภาพยนตร์**

5. ดวงตาแห่งอกาม็อตโต้ (Eye of Agamotto) ซึ่งมีอัญมณีพลังแห่งกาลเวลา (Time Stone) เป็นส่วนประกอบในวัตถุเวทย์มนต์ชิ้นนี้ พลังของอัญมณีชิ้นนี้มีพลังทำให้ผู้ครอบครองมีความสามารถควบคุมเวลาทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต เพิ่มหรือลดอายุของสิ่งมีชีวิตได้ตามใจต้องการ
ดวงตาแห่งอกาม็อตโต้ถูกสร้างขึ้นโดยจอมเวทย์สูงสุดคนแรกของโลกที่มีนามว่า “อกาม็อตโต้” (Agamotto) โดยอกาม็อตโต้ได้สร้างเขตอาคมเวทย์ไว้ทั้ง 3 แห่งบนโลกใบนี้ ได้แก่ นิวยอร์ค ลอนดอน และฮ่องกง เพื่อป้องกันการภัยคุกคามของอาคมจากมิติอื่น ที่เก็บรักษาของดวงตาแห่งอกาม็อตโต้ตั้งอยู่ที่อาศรมคามาร์ทาจ (Kamar-Taj) เมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล

หลังจากที่หมอสตีเฟ่น สเตรนจ์ (Stephen Strange) ประสบอุบัติเหตุทางรถยนตร์ขณะไปงานเลี้ยง ทำให้มือทั้ง 2 ของหมอสเตรนจ์ไม่สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ไม่ว่าจะผ่าตัดกี่ครั้งต่อกี่ครั้งมือเขาก็ไม่หายเป็นปกติ จนทำให้เขาแทบจะหมดหวัง ในขณะที่เขาทำกายภาพบำบัดอยู่นั้น เขาได้สอบถามเพื่อนหมอด้วยกันว่าเคยมีเคสการรักษาแบบเขาแล้วรักษาจนหายเป็นปกติหรือไม่? คำตอบที่ได้มาคือ เคยมีผู้รักษาอาการกระดูกสันหลังหักจนกลายเป็นอัมพาต แต่กลับมาเดินได้อีกครั้งอย่างน่าเหลือเชื่อ หมอสเตรนจ์จึงไปค้นประวัติจนพบว่าคนไข้คนนั้นมีชื่อว่าโจนาธาน แพงบอร์น (Jonathan Pangborn) หมอสเตรนจ์ได้ตามหาโจนาธานจนพบที่สนามบาสโดยที่เขากำลังเล่นบาสกับเพื่อนๆ อย่างปกติอย่างกับคนไม่เคยเป็นอัมพาตมาก่อน หมอสเตรนจ์จึงสอบถามว่าอาการของเขารักษาหายได้อย่างไร? เขาตอบกลับมาเพียงว่า “ไปที่คามาร์ทาจ” หมอสเตรนจ์จึงขายทรัพย์สินที่มีอยู่น้อยนิดเพื่อเดินทางไปคามาร์ทาจด้วยตั๋วเดินทางขาเดียว

เมื่อถึงกาฐมาณฑุ หมอสเตรนจ์ก็ตามหาคามาร์ทาจไปเรื่อยๆ จนโดนโจรดักปล้นนาฬิกาข้อมือของเขา ซึ่งเป็นสมบัติชึ้นสุดท้ายของเขา แต่หมอสเตรนจ์ขัดขืนจนโดนรุมทำร้ายแต่กลับมีชายลึกลับมีฮู้ดคลุมที่ศีรษะเข้ามาช่วยเหลือ ชายลึกลับผู้นั้นมีนามว่า “บารอน มอร์โด” (Baron Mordo) เป็นศิษย์ของแอนเชียนวัน (Ancient One) ที่ตำรง ตำแหน่งจอมเวทย์สูงสุดในขณะนี้ มอร์โดได้พาหมอสเตรนจ์ไปพอกับแอนเชียนวันเพื่อรักษามือของเขาแต่กลับถูกปฏิเสธเนื่องจากหมอสเตรนจ์ยิ่งยโสจนเกินไป มอร์โดเกลี้ยกล่อมแอนเชียนวันจนยอมรักษา ขณะที่ร่ำเรียนวิชาหมอสเตรนจ์มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และมักจะไปอ่านคัมภีร์เวทย์ในห้องตำราของคามาร์ทาจ และได้พบกับบรรณารักษ์ที่มีชื่อว่าหว่อง (Wong) และได้พูดคุยกันเรื่องอดีตบรรณารักษ์ที่ถูกฆ่าโดยเคซิเลียส (Kaecilius) หนึ่งในมหาจอมเวทย์ ที่บุกเข้ามาชิงหน้ากระดาษของวิชาต้องห้ามในคัมภีร์เวทย์ที่มีชื่อว่า “หนังสือแห่งคากริออสโทร” (Book of Cagliostro) จะได้อัญเชิญดอร์มามมู (Dormammu) ผู้ปกครองมิติแห่งความมืดออกมา เพื่อทำข้อตกลงเกี่ยวกับพลังอมตะที่เขาต้องการเพื่อแลกกับการพาดอร์มามมูมาบุกโลก และได้ตั้งชื่อกลุ่มของตนเองว่าเดอะ เซียล็อทส์ (The Zealots)

ในห้องตำราที่คามาร์ทาจนั้น หมอสเตรนจ์ได้นำหนังสือแห่งคากริออสโทรมาอ่านและนำดวงตาแห่งอกาม็อตโต้มาสวมที่คอ จากนั้นเขาได้ท่องคาถาและได้หน้ากระดาษที่ถูกชิงไปกลับมาจากพลังบิดเบือนเวลา กลุ่มเซียล็อทส์บุกโจมตีเขตอาคมแห่งลอนดอน จนไร้ผู้ปกป้อง ต่อมากลุ่มเซียล็อทส์ได้มาที่คามาร์ทาจจากประตูมิติที่อาศรมแห่งลอนดอน เพื่อที่จะเดินทางข้ามประตูมิติเพื่อไปโจมตีเขตอาคมในอาศรมแห่งนิวยอร์คเป็นที่ต่อไป หมอสเตรนจ์เองก็ไปโดนลูกหลงจนกระเด็นเข้าไปโผล่ที่อาศรมแห่งนิวยอร์คเช่นกันและหมอสเตรนจ์ต่อสู้เพื่อรับมือจนชนะกลุ่มเซียล็อทส์อย่างหวุดหวิด แต่กลับถูกไล่ล่าจากกลุ่มเซียล็อทส์จะได้รับการช่วยเหลือจากแอนเชียนวัน ทำให้แอนเชียนวันต้องสละชีวิตจากการโจมตีของเคซิเลียส และความลับที่แอนเชียนวันใช้พลังจากมิติมืดมาเพื่อทำให้ตนเองนั้นมีอายุที่ยืนยาว ทำให้มอร์โดหมดศรัทธาที่มีต่อแอนเชียนวัน

เป้าหมายต่อไปของเคซิเลียสคืออาศรมแห่งฮ่องกง ถ้าทำลายอาศรมทั้ง 3 สำเร็จดอร์มามมูจะมาบุกโลกได้อย่างอิสระ หมอสเตรนจ์และมอร์โดจึงไปขัดขวางแต่ไม่ทันเวลา อาศรมแห่งฮ่องกงถูกทำลายลงไปแล้ว หมอสเตรนจ์จึงใช้พลังบิดเบือนเวลาจากดวงตาแห่งอกาม็อตโต้ทำให้อาศรมกลับมาเกือบสมบูรณ์แต่เคซิเลียสเข้ามาขัดขวาง หมอสเตรนจ์จึงตัดสินใจไปต่อรองกับดอร์มามมูเพื่อให้ยุติการละลานโลกและนำเคซิเลียสและกลุ่มกลับไป เพื่อแลกกลับการที่กับดอร์มามมูหลุดจากวังวนของหมอสเตรนจ์ มอร์โดไม่ชอบกับการกระทำของหมอสเตรนจ์ ที่ทำการแทรกแซงเวลา ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎธรรมชาติ จึงขอลาจากหมอสเตรนจ์ไป

หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดทั้งหมดในภาพยนตร์ Mavel’s Doctor Strange ดวงตาแห่งอกาม็อตโต้อยู่กับหมอสเตรนจ์ เขาในขณะนี้เขาคือจอมเวทย์สูงสุดและคอยเฝ้าดูการรุกรานจากสิ่งมีชีวิตต่างมิติเพื่อไม่ให้เข้ายังโลก

6. อัญมณีพลังแห่งวิญญาณ (Soul Stone) พลังของอัญมณีชิ้นนี้มีพลังทำให้ผู้ครอบครองมีความสามารถในการถอดจิตออกจากร่าง แล้วนำไปใช้โจมตี หรือแม้แต่ขโมยวิญญาณผู้อื่นก็ยังได้ ปัจจุบันยังไม่ได้ปรากฎในภาพยนตร์

ความบังเอิญของอินฟินิตี้ สโตนส์ทั้ง 5 ชิ้น ที่ปรากฎในจักรวาลภาพยนตร์ไปแล้ว เมื่อนำตัวอักษรตัวแรกของชื่อมารวมกัน กลายเป็นชื่อของ THANOS โดยบังเอิญ ต้องรออีก 1 ชิ้นที่เหลือว่าจะใช่อักษรตัว H หรือไม่?

ข้อมูลข้างต้นแอดมินวิเคราะห์เอง หากมีข้อมูลผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยไว้ใน ณ ที่นี้ด้วย

#Agent19

Address

S.H.I.E.L.D.
New York, NY

Opening Hours

Monday 09:00 - 17:00
Tuesday 09:00 - 17:00
Wednesday 09:00 - 17:00
Thursday 09:00 - 17:00
Friday 09:00 - 17:00
Saturday 09:00 - 17:00
Sunday 09:00 - 17:00

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Mockingbird - Agent 19 posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Videos

Nearby media companies


Other Media/News Companies in New York

Show All