Mockingbird - Agent 19

Mockingbird - Agent 19 I'm Barbara 'Bobbi' Morse or Agent 19 of S.H.I.E.L.D, My code name's Mockingbird, And the one character of MARVEL UNIVERSE
(1)

All Things Marvel
11/30/2016

All Things Marvel

ดู Agents of S.H.I.E.L.D. จบแล้ว มาคุยกันได้ (สปอยล์)

#Miles

All Things Marvel
10/29/2016

All Things Marvel

ปัจจุบันภาพยนตร์ของมาร์เวลดำเนินถึงเฟสที่ 3 แล้ว วันนี้แอดมินขอนำเสนอเรื่องของอัญมณีพลังทั้ง 6 หรือที่รู้จักกันในนามของอินฟินิตี้ สโตนส์ (Infinity Stones) แห่งจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล ประวัติของอัญมณีพลังทั้ง 6 ตามที่ทาเนเลียร์ ทิวาน (Taneleer Tivan) หรือที่รู้จักกันในนามของ เดอะ คอลเลคเตอร์ (The Collector) ได้กล่าวไว้ในภาพยนตร์ Marvel's Guardians of the Galaxy ว่า

"ก่อนกาลกำเนิดสรรพสิ่ง มีเอกภาวะอยู่หกอัตรา"
"หลังจากการระเบิดจักรวาลก็อุบัติขึ้น"
"เศษสะเก็ดจากแต่ละเอกภาวะก็หลอมรวมอัดกันเป็นก้อนมณีหนาแน่นสูง"
"คืออินฟินิตี้ สโตนส์"
"อำนาจของมณีเหล่านี้เหมือนจะสั่งการได้ โดยสิ่งมีชีวิตที่มีพลังสูงเท่านั้น"
"ทัศนา... ผู้ครองมณีเหล่านี้ สามารถใช้อำนาจของมันลบล้างอารยธรรมทั้งดวงดาวได้ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ"
"และเคยมีครั้งนึง หมู่ผู้ถือครองแบ่งปันอำนาจของมณีกันไปได้ทั้งกลุ่ม"
"แต่เพียงไม่นานก็ถูกอำนาจของมันทำลายล้าง ช่างงดงามเกินกว่าสิ่งใด"

ดูภาพได้ที่: goo.gl/DMznJx

หลังจากได้ ทาเนเลียร์ ทิวาน เล่าให้กับเหล่าสมาชิกทีมของการ์เดี้ยนฯ ฟัง ปีเตอร์ ควิลล์ (Peter Quill) หรือที่รู้จักกันในนาม สตาร์-ลอร์ด (Star-Lord) ได้อุทานออกมาว่า "บอกได้เลยตอนนี้ฉี่กำลังจะราด" แค่เพียงได้ฟังการกำเนิดของเหล่า อินฟินิตี้ สโตนส์ เพียงเท่านั้น

ซึ่งปัจจุบัน อินฟินิตี้ สโตนส์ นั้นกระจัดกระจายอยู่หลายแห่งและในอนาคตเราอาจจะได้เห็นอัญมณีพลังทั้ง 6 นี้มารวมในภาพยนตร์ Marvel's Avengers ภาคที่ 3 และ 4 โดยอัญมณีพลังทั้งหมดนี้จะไปอยู่ในการครอบครองของธานอส (Thanos) ซึ่งปัจจุบันธานอสนั้นได้ครอบครองถุงมือ อินฟินิตี้ (Infinity Gauntlet) แล้ว ตามที่ได้ชมในโพสต์ เครดิต ของภาพยนตร์ Marvel's Avengers: Age of Ultron

ต่อไปนี้แอดมินจะมากล่าวถึงอินฟินิตี้ สโตนส์ ที่ได้ปรากฎในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวลแล้ว ซึ่งปัจจุบันปรากฎในภาพยนตร์แล้ว 5 ชิ้น ดังต่อไปนี้

1. ลูกบาศก์เทสเซอร์แรค (Tesseract) จริงๆ แล้วมันคือ อัญมณีพลังแห่งมิติ (Space Stone) มีแสงประกายสีฟ้าเหลือบขาว พลังของอัญมณีพลังชิ้นนี้ ทำให้ผู้ครอบครองสามารถเปิดประตูมิติต่างๆ และยังสามารถท่องอวกาศ รวมถึงวาร์ปส่งสิ่งมีชีวิตหรือวัตถุทุกขนาดไปยังที่ใดก็ได้ในจักรวาลนี้ก็ได้
อัญมณีพลังชิ้นนี้ปรากฎในจักรวาลภาพยนตร์ครั้งในภาพยนตร์ Marvel's Captain America: The First Avenger โดยเทพเจ้าโอดิน (Odin) นำมาซ่อนไว้ยังวิหารเก่าที่ทอนสเบิร์ก ในประเทศนอร์เวย์ เพื่อหลบซ่อนผู้ใฝ่หาขุมพลังของเทสเซอร์แรค ต่อมา โจฮาน สมิธ (Johann Schmidt) หรือที่รู้จักในนามของ เรด สกัลล์ (Red Skull) ผู้นำนาซี (Nazi) และไฮดร้า (Hydra) ในยุคสงครามโลกเมื่อ 70 ปีก่อน ซึ่งต้องการพลังเหนือมนุษย์ไปครอบครองแต่ก็ควบคุมขุมพลังนี้ไว้ไม่ได้ จึงถูกพลังของเทสเซอร์แรค วาร์ปตัวของเรด สกัลล์ ไปที่ใดที่หนึ่งในจักรวาลแห่งนี้ และเทสเซอร์แรคได้จมไปใต้ท้องทะเลน้ำแข็งพร้อมกับร่างของสตีฟ โรเจอร์ส (Steve Rogers) หรือที่รู้จักกันในชื่อของ กัปตัน อเมริกา (Captain America)

ต่อมา ฮาเวิร์ด สตาร์ค (Howard Stark) พ่อของ โทนี่ สตาร์ค (Tony Stark) ได้ค้นพบเทสเซอร์แรคในก้นมหาสมุทร ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกองยุทธวิธีจัดระเบียบกำลังพิเศษแห่งมาตุภูมิ หรือที่รู้จักในนามของหน่วยชิลด์ (S.H.I.E.L.D.)

ในปี ค.ศ. 2012 หน่วยชิลด์ได้ค้นคว้าทดลองการเปิดประตูมิติโดยเทสเซอร์แรค จึงทำให้เกิดเรื่องราวในภาพยนตร์ Marvel's The Avengers โดยเทพโลกิ (Loki) ได้โผล่มาในการทดลองของหน่วยชิลด์และได้ชิงเทสเซอร์แรคไปเพื่อนำไปเปิดประตูมิติ เพื่อให้เผ่าพันธุ์ต่างดาวที่มีชื่อว่า ชิทอรี่ (Chitauri) บุกมาทำลายโลก แต่การบุกโลกครั้งนี้กลับพ่ายแพ้ต่อทีมอเวนเจอร์ส โลกิจึงถูกจับตัวกลับไปยังแอสการ์ด (Asgard) โดยเทพเจ้าธอร์ (Thor) เพื่อกลับไปรับโทษที่ก่อไว้ และธอร์ได้นำเทสเซอร์แรคกลับแอสการ์ดไปด้วย

ปัจจุบันเทสเซอร์แรคอยู่ภายใต้การครอบครองของแอสการ์ด โดยมีเฮมดัล (Heimdall) นายทวารแห่งแอสการ์ด ผู้ที่ใช้เทสเซอร์แรคในการรับ-ส่งชาวแอสการ์ไปยังอาณาจักรต่างๆ แทนสะพานสายรุ้ง (Bifrost) ที่เสียหายไปโดยฝีมือของธอร์ในภาพยนตร์ Maevel's Thor เทพเจ้าสายฟ้า

2. คฑาแห่งชิทอรี่ (Chitauri's Scepter) จริงๆ แล้วมันคือ อัญมณีพลังแห่งจิต (Mind Stone) เมื่ออยู่ที่คฑาจะมีประกายแสงสีฟ้า แต่ถ้ากระเทาะออกมาจะมีประกายแสงสีเหลือง พลังของอัญมณีพลังชิ้นนี้ทำให้ผู้ครอบครองสามารถควบคุมจิตใจผู้อื่น เปลี่ยนแปลง แทรกเหตุการณ์ ลบความจำ รวมทั้งใส่ความฝันลงไปในสมองคนอื่นก็ได้ สามารถใช้ค้นหาคนอื่นผ่านคลื่นสมอง สื่อสารทางโทรจิตและเคลื่อนย้ายวัตถุ โดยอัญมณีชิ้นนี้ฝังอยู่ที่ส่วนหัวของคฑา

อัญมณีพลังชิ้นนี้ปรากฎในจักรวาลภาพยนตร์ครั้งในภาพยนตร์ Marvel's The Avengers ตอนที่โลกิปรากฎกายหลังจากการทดลองของหน่วยชิลด์ โลกิได้รับคฑามาจาก ดิ ออเธอร์ (The Other) ผู้นำเผ่าพันธุ์ชิทอรี่ โลกิได้ใช้คฑาควบคุมจิตใจของ คลินท์ บาร์ตั้น (Clint Barton) หรือที่รู้จักในนามของ ฮอว์คอาย (Hawkeye) เจ้าหน้าที่ฝีมือดีด้านการยิงธนูของหน่วยชิลด์ และ ดร. อิริค เซลวิก (Dr. Erik Selvig) นักวิทยาศาสตร์ผู้ชำนาญการด้านดาราศาสตร์ที่อาสามาเป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยชิลด์ โดยมีแผนว่าจะเปิดประตูมิติให้เผ่าพันธุ์ชิทอรี่บุกมาทำลายโลก

หลังจากสงคราชิทอรี่กับเหล่าทีมอเวนเจอร์สได้จบลง คฑาได้อยู่ในการครอบครองของหน่วยชิลด์ ต่อมาหน่วยชิลด์ได้ล่มสลายลงเพราะองค์กรไฮดร้าเข้ามาแทรกซึม กลุ่มไฮดร้าที่นำโดย บารอน สตรัคเกอร์ (Baron Strucker) และ ดร. ลิสต์ (Dr. List) ได้ขโมยคฑามาเก็บไว้ที่ฐานลับของไฮดร้าที่อาร์คติค เซอร์เคิล (Arctic Circle) ตามที่เราได้เห็นในโพสต์ เครดิตของภาพยนตร์ Marvel's Captain America: The Winter Soldier โดยการนำพลังของอัญมณีพลังมาทำให้ฝาแฝดแม็กซิมอฟฟ์มีพลังเหนือมนุษย์

ต่อมาหน่วยชิลด์ที่ถูกแทรกแซงโดยเรียลชิลด์ (Real S.H.I.E.L.D.) ได้นำทีมของ ฟิล โคลสัน (Phil Coulson) ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการของหน่วยชิลด์ในตอนนั้นบุกฐานลับของไฮดร้าที่อาร์คติค เซอร์เคิลเพื่อเข้าไปช่วย ลินคอล์น แคมป์เบลล์ (Lincoln Campbell) หรือที่รู้จักกันในชื่อสปาร์คปลั๊ก (Sparkplug) และ ไมเคิล ปีเตอร์สัน (Michael Peterson) หรือหรือที่รู้จักกันในชื่อเดธล็อค (Deathlok) หลังจากที่ทั้ง 2 ถูกไฮดร้าจับไปทดลอง ตามที่ได้เห็นในซีรี่ส์ Marvel's Agents of S.H.I.E.L.D. ซีซั่น 2 บารอน สตรัคเกอร์ และ ดร. ลิสต์ ได้ไหวตัวทันจึงย้ายฐานลับไปยังประเทศโซโคเวีย (Sokovia) แต่กลับถูกทีมอเวนเจอร์สบุกทลาย จึงทำให้คฑามาอยู่ในการครอบครองของทีมอเวนเจอร์ส ตามที่ได้เห็นในภาพยนตร์ Marvel's Avengers: Age of Ultron

หลังจากทีมอเวนเจอร์สได้คฑามาครอบครอง โทนี่ สตาร์ค (Tony Stark) ได้ทำการขอยืมคฑาเพื่อการศึกษาค้นคว้าก็ที่ธอร์ (Thor) จะนำมันกลับไปยังแอสการ์ด โดยมี บรูซ เบนเนอร์ (Bruce Banner) เป็นลูกมือในการศึกษาค้นคว้า ทำให้ปัญญาประดิษฐ์ที่อยู่เหนือการควบคุมเกิดขึ้นมา โดยมีชื่อว่า อัลตรอน (Ultron) อัลตรอนได้หยิบคฑาติดมือไปด้วย และได้ทำการร่วมมือกับฝาแฝดแม็กซิมอฟฟ์ในการสร้างร่างกายใหม่ของอัลตรอน โดยใช้คฑาในการบังคับจิตใจของ ดร. เฮเลน โช (Dr. Helen Cho) นักวิทยศาสตร์สาวชาวเกาหลีผู้เชี่ยวชาญด้านชีวเคมีและโครงสร้างเนื้อเยื่อ มาเป็นผู้สร้างร่างกายใหม่ให้กับอัลตรอนโดยมีแร่ไวเบรเนี่ยม (Vibranium) กับเตียงซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ในขั้นตอนการสร้างปรากฎว่าแร่ไวเบรเนี่ยมผสานกับเนื่อเยื่อได้เป็นอย่างดี โดยอัลตรอนกระเทาะผลึกอัญมณีบนคฑาออกมา ปรากฎให้เห็นเป็นอัญมณีพลังแห่งจิต (Mind Stone) และเอาไปฝังไว้บนหน้าผากของร่างที่ไร้ดวงจิตร่างนั้น

ปัจจุบันอัญมณีพลังแห่งจิต (Mind Stone) อยู่บนหน้าผากของวิชั่น (Vision) สมาชิกคนใหม่ของทีมอเวนเจอร์สนั่นเอง

3. อีเธอร์ (Aether) ขุมพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของตัวเองได้ จริงๆ แล้วมันคือ อัญมณีพลังแห่งความเป็นจริง (Reality Stone) มณีพลังชิ้นนี้มีประกายแสงสีแดง พลังของอัญมณีชิ้นนี้ ทำให้ผู้ครอบครองมีพลังเปลี่ยนแปลงความจริงทุกอย่างให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ครอบครองมัน ให้อยู่เหนือหลักวิทยาศาสตร์

อีธอร์ได้อยู่ถูกค้นพบโดย มาเลคิธ (Malekith) ราชาของดาร์คเอลฟ์ แห่งสวาตัลฟ์ไฮล์ม (Svartalfheim) แต่กลับถูกพ่อของเทพเจ้าโอดิน ผู้มีศักดิ์เป็นปู่ของธอร์แย่งชิงไปและทำไปซ่อนในสถานที่ลึกลับ แต่กลับถึงค้นพบโดย เจน ฟอสเตอร์ (Jane Foster) แฟนสาวชาวมิดการ์ดของธอร์ และอีเธอร์ได้เข้าซึมสู่ร่างกายของเธอ ธอร์จึงนำเจน ฟอสเตอร์ ไปยังแอสการ์ดเพื่อนำอีเธอร์ออกจากร่างกายของเธอ แต่หมอชาวแอสการ์ดไม่สามารถนำมันออกมาได้ มาเลคิธสัมผัสได้ถึงพลังของอีเธอร์จึงนำทัพดาร์คเอลฟ์บุกโจมตีแอสการ์ด เพื่อชิงตัวของเจน ฟอสเตอร์ ในเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ราชนีฟริกก้า (Frigga) แม่ของธอร์เสียชีวิตในการปกป้องเจน ฟอสเตอร์ และทำให้มาเลคิธไม่สามารถชิงอีเธอร์ไปได้

หลังจากนั้นธอร์จึงได้วางแผนโดยแหกคุกให้โลกิ เพื่อล้างแค้นให้ฟริกก้า โดยนำตัวเจน ฟอสเตอร์ ไปด้วยเพื่อให้มาเลคิธ ดึงอีเธอร์ออกจากร่างกายของเธอ หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดในภาพยนตร์ Thor: The Dark World ธอร์ได้นำอีเธอร์กลับแอสการ์ด และได้มีคำสั่งให้ซิฟ (Sif) และวอลส์เทกก์ (Volstagg) นำอีเธอร์ไปมอบให้ทาเนเลียร์ ทิวาน หรือ เดอะ คอลเลคเตอร์ ตามที่ได้เห็นในโพสต์ เครดิตของภาพยนตร์ Thor: The Dark World โดยมีบทสนทนาระหว่างซิฟและเดอะ คอลเลคเตอร์เพื่อการยืนยันว่าอีเธอร์นั้นอยู่กับเดอะ คอลเลคเตอร์จริงๆ
"ไม่เป็นการฉลาดเลยที่จะเก็บอีเธอร์ไว้ใกล้กับอัญมณีพลัง"
ซึ่งอัญมณีพลังที่ซิฟกล่าวถึงนั้น หมายถึง เทสเซอร์แรคนั่นเอง แต่เหตุการณ์ในภาพยนตร์ Marvel's Guardians of the Galaxy คลังของเดอะ คอลเลคเตอร์เกิดระเบิดขึ้นโดยพลังของออร์บ จึงเป็นข้อสงสัยของแฟนๆ ว่าอีเธอร์จะยังอยู่กับเดอะ คอลเลคเตอร์หรือไม่?*

4. ออร์บ (Orb) จริงๆ แล้วมันคือ อัญมณีพลังแห่งพละกำลัง (Power Stone) มณีพลังชิ้นนี้มีประกายแสงสีม่วง พลังของอัญมณีชิ้นนี้มีพลังทำให้ผู้ครอบครองเพิ่มความแข็งแกร่งได้แบบไร้ขีดจำกัด

ออร์บเองก็ถูกซ่อนอีกเช่นเคย แต่ถูกค้นพบโดย ปีเตอร์ ควิลล์ หรือที่รู้จักกันในนาม สตาร์-ลอร์ด เพื่อนำไปขายให้กับผู้สะสมสมบัติแห่งจักรวาลรวมถึงเดอะ คอลเลคเตอร์ แต่ก่อนจะไปขายให้กับเดอะ คอลเลคเตอร์ กลับถูกกาโมร่า (Gamora) แย่งชิงตามคำสั่งของธานอส พ่อบุญธรรมของเธอเอง แต่การแย่งชิงออร์บล้มเหลวทำให้สตาร์-ลอร์ด กาโมร่า ร็อคเก็ต (Rocket) และกรู๊ท (Groot) ถูกจำคุกที่เดอะ ไคล์น (The Kyln) ของโนวา คอร์ปส (Nova Corps) ทำให้พบกับแดรกซ์ (Drax) ผู้ที่ถูกโรแนน (Ronan) เผ่าพันธุ์ครีหัวโบราณพรากชีวิตคนในครอบครัวไปต่อหน้าต่อตา

หลังจากทุกคนได้แหกคุกออกมาได้พวกเขาได้ไปพบกับเดอะ คอลเลคเตอร์ เพื่อไปขาย แต่ออร์บกลับทำให้คลังระเบิด สตาร์-ลอร์ดได้หยิบออร์บออกมาจากคลังด้วย และพยายามติดต่อโนวา คอร์ปส เก็บรักษาออร์บไว้เพื่อไม่ให้อยู่ในมือคนชั่ว แต่กลับถูกเนบูล่า (Nebula) น้องสาวบุญธรรมของกาโมร่าชิงไปให้โรแนน แต่โรแนนไม่นำออร์บไปให้ธานอส และประกาศเป็นศัตรูกับธานอสโดยการนำมณีที่อยู่ในออร์บมาติดที่อาวุธของตน ทำให้โรแนนมีพลังแบบไร้ขีดจำกัด ทั้งทีมการ์เดี้ยนได้ต่อสู้กับโรแนนเพื่อแย่งชิงออร์บ ฝ่ายการ์เดี้ยนชนะโรแนน และมอบออร์บให้กับโนวา คอร์ปสเก็บรักษาไว้ให้ไกลจากมือคนไม่ดี

**ถ้ายังไม่ได้ชมภาพยนตร์ Doctor Strange ห้ามอ่านข้อความข้างล่างนี้เด็ดขาด เนื่องจากสปอยล์เนื้อหาภาพยนตร์**

5. ดวงตาแห่งอกาม็อตโต้ (Eye of Agamotto) ซึ่งมีอัญมณีพลังแห่งกาลเวลา (Time Stone) เป็นส่วนประกอบในวัตถุเวทย์มนต์ชิ้นนี้ พลังของอัญมณีชิ้นนี้มีพลังทำให้ผู้ครอบครองมีความสามารถควบคุมเวลาทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต เพิ่มหรือลดอายุของสิ่งมีชีวิตได้ตามใจต้องการ
ดวงตาแห่งอกาม็อตโต้ถูกสร้างขึ้นโดยจอมเวทย์สูงสุดคนแรกของโลกที่มีนามว่า “อกาม็อตโต้” (Agamotto) โดยอกาม็อตโต้ได้สร้างเขตอาคมเวทย์ไว้ทั้ง 3 แห่งบนโลกใบนี้ ได้แก่ นิวยอร์ค ลอนดอน และฮ่องกง เพื่อป้องกันการภัยคุกคามของอาคมจากมิติอื่น ที่เก็บรักษาของดวงตาแห่งอกาม็อตโต้ตั้งอยู่ที่อาศรมคามาร์ทาจ (Kamar-Taj) เมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล

หลังจากที่หมอสตีเฟ่น สเตรนจ์ (Stephen Strange) ประสบอุบัติเหตุทางรถยนตร์ขณะไปงานเลี้ยง ทำให้มือทั้ง 2 ของหมอสเตรนจ์ไม่สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ไม่ว่าจะผ่าตัดกี่ครั้งต่อกี่ครั้งมือเขาก็ไม่หายเป็นปกติ จนทำให้เขาแทบจะหมดหวัง ในขณะที่เขาทำกายภาพบำบัดอยู่นั้น เขาได้สอบถามเพื่อนหมอด้วยกันว่าเคยมีเคสการรักษาแบบเขาแล้วรักษาจนหายเป็นปกติหรือไม่? คำตอบที่ได้มาคือ เคยมีผู้รักษาอาการกระดูกสันหลังหักจนกลายเป็นอัมพาต แต่กลับมาเดินได้อีกครั้งอย่างน่าเหลือเชื่อ หมอสเตรนจ์จึงไปค้นประวัติจนพบว่าคนไข้คนนั้นมีชื่อว่าโจนาธาน แพงบอร์น (Jonathan Pangborn) หมอสเตรนจ์ได้ตามหาโจนาธานจนพบที่สนามบาสโดยที่เขากำลังเล่นบาสกับเพื่อนๆ อย่างปกติอย่างกับคนไม่เคยเป็นอัมพาตมาก่อน หมอสเตรนจ์จึงสอบถามว่าอาการของเขารักษาหายได้อย่างไร? เขาตอบกลับมาเพียงว่า “ไปที่คามาร์ทาจ” หมอสเตรนจ์จึงขายทรัพย์สินที่มีอยู่น้อยนิดเพื่อเดินทางไปคามาร์ทาจด้วยตั๋วเดินทางขาเดียว

เมื่อถึงกาฐมาณฑุ หมอสเตรนจ์ก็ตามหาคามาร์ทาจไปเรื่อยๆ จนโดนโจรดักปล้นนาฬิกาข้อมือของเขา ซึ่งเป็นสมบัติชึ้นสุดท้ายของเขา แต่หมอสเตรนจ์ขัดขืนจนโดนรุมทำร้ายแต่กลับมีชายลึกลับมีฮู้ดคลุมที่ศีรษะเข้ามาช่วยเหลือ ชายลึกลับผู้นั้นมีนามว่า “บารอน มอร์โด” (Baron Mordo) เป็นศิษย์ของแอนเชียนวัน (Ancient One) ที่ตำรง ตำแหน่งจอมเวทย์สูงสุดในขณะนี้ มอร์โดได้พาหมอสเตรนจ์ไปพอกับแอนเชียนวันเพื่อรักษามือของเขาแต่กลับถูกปฏิเสธเนื่องจากหมอสเตรนจ์ยิ่งยโสจนเกินไป มอร์โดเกลี้ยกล่อมแอนเชียนวันจนยอมรักษา ขณะที่ร่ำเรียนวิชาหมอสเตรนจ์มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และมักจะไปอ่านคัมภีร์เวทย์ในห้องตำราของคามาร์ทาจ และได้พบกับบรรณารักษ์ที่มีชื่อว่าหว่อง (Wong) และได้พูดคุยกันเรื่องอดีตบรรณารักษ์ที่ถูกฆ่าโดยเคซิเลียส (Kaecilius) หนึ่งในมหาจอมเวทย์ ที่บุกเข้ามาชิงหน้ากระดาษของวิชาต้องห้ามในคัมภีร์เวทย์ที่มีชื่อว่า “หนังสือแห่งคากริออสโทร” (Book of Cagliostro) จะได้อัญเชิญดอร์มามมู (Dormammu) ผู้ปกครองมิติแห่งความมืดออกมา เพื่อทำข้อตกลงเกี่ยวกับพลังอมตะที่เขาต้องการเพื่อแลกกับการพาดอร์มามมูมาบุกโลก และได้ตั้งชื่อกลุ่มของตนเองว่าเดอะ เซียล็อทส์ (The Zealots)

ในห้องตำราที่คามาร์ทาจนั้น หมอสเตรนจ์ได้นำหนังสือแห่งคากริออสโทรมาอ่านและนำดวงตาแห่งอกาม็อตโต้มาสวมที่คอ จากนั้นเขาได้ท่องคาถาและได้หน้ากระดาษที่ถูกชิงไปกลับมาจากพลังบิดเบือนเวลา กลุ่มเซียล็อทส์บุกโจมตีเขตอาคมแห่งลอนดอน จนไร้ผู้ปกป้อง ต่อมากลุ่มเซียล็อทส์ได้มาที่คามาร์ทาจจากประตูมิติที่อาศรมแห่งลอนดอน เพื่อที่จะเดินทางข้ามประตูมิติเพื่อไปโจมตีเขตอาคมในอาศรมแห่งนิวยอร์คเป็นที่ต่อไป หมอสเตรนจ์เองก็ไปโดนลูกหลงจนกระเด็นเข้าไปโผล่ที่อาศรมแห่งนิวยอร์คเช่นกันและหมอสเตรนจ์ต่อสู้เพื่อรับมือจนชนะกลุ่มเซียล็อทส์อย่างหวุดหวิด แต่กลับถูกไล่ล่าจากกลุ่มเซียล็อทส์จะได้รับการช่วยเหลือจากแอนเชียนวัน ทำให้แอนเชียนวันต้องสละชีวิตจากการโจมตีของเคซิเลียส และความลับที่แอนเชียนวันใช้พลังจากมิติมืดมาเพื่อทำให้ตนเองนั้นมีอายุที่ยืนยาว ทำให้มอร์โดหมดศรัทธาที่มีต่อแอนเชียนวัน

เป้าหมายต่อไปของเคซิเลียสคืออาศรมแห่งฮ่องกง ถ้าทำลายอาศรมทั้ง 3 สำเร็จดอร์มามมูจะมาบุกโลกได้อย่างอิสระ หมอสเตรนจ์และมอร์โดจึงไปขัดขวางแต่ไม่ทันเวลา อาศรมแห่งฮ่องกงถูกทำลายลงไปแล้ว หมอสเตรนจ์จึงใช้พลังบิดเบือนเวลาจากดวงตาแห่งอกาม็อตโต้ทำให้อาศรมกลับมาเกือบสมบูรณ์แต่เคซิเลียสเข้ามาขัดขวาง หมอสเตรนจ์จึงตัดสินใจไปต่อรองกับดอร์มามมูเพื่อให้ยุติการละลานโลกและนำเคซิเลียสและกลุ่มกลับไป เพื่อแลกกลับการที่กับดอร์มามมูหลุดจากวังวนของหมอสเตรนจ์ มอร์โดไม่ชอบกับการกระทำของหมอสเตรนจ์ ที่ทำการแทรกแซงเวลา ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎธรรมชาติ จึงขอลาจากหมอสเตรนจ์ไป

หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดทั้งหมดในภาพยนตร์ Mavel’s Doctor Strange ดวงตาแห่งอกาม็อตโต้อยู่กับหมอสเตรนจ์ เขาในขณะนี้เขาคือจอมเวทย์สูงสุดและคอยเฝ้าดูการรุกรานจากสิ่งมีชีวิตต่างมิติเพื่อไม่ให้เข้ายังโลก

6. อัญมณีพลังแห่งวิญญาณ (Soul Stone) พลังของอัญมณีชิ้นนี้มีพลังทำให้ผู้ครอบครองมีความสามารถในการถอดจิตออกจากร่าง แล้วนำไปใช้โจมตี หรือแม้แต่ขโมยวิญญาณผู้อื่นก็ยังได้ ปัจจุบันยังไม่ได้ปรากฎในภาพยนตร์

ความบังเอิญของอินฟินิตี้ สโตนส์ทั้ง 5 ชิ้น ที่ปรากฎในจักรวาลภาพยนตร์ไปแล้ว เมื่อนำตัวอักษรตัวแรกของชื่อมารวมกัน กลายเป็นชื่อของ THANOS โดยบังเอิญ ต้องรออีก 1 ชิ้นที่เหลือว่าจะใช่อักษรตัว H หรือไม่?

ข้อมูลข้างต้นแอดมินวิเคราะห์เอง หากมีข้อมูลผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยไว้ใน ณ ที่นี้ด้วย

#Agent19

Address

S.H.I.E.L.D.
New York, NY

Opening Hours

Monday 09:00 - 17:00
Tuesday 09:00 - 17:00
Wednesday 09:00 - 17:00
Thursday 09:00 - 17:00
Friday 09:00 - 17:00
Saturday 09:00 - 17:00
Sunday 09:00 - 17:00

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Mockingbird - Agent 19 posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Videos


Other Media/News Companies in New York

Show All