Fineart Magazine Thailand

  • Home
  • Fineart Magazine Thailand

สำนักงานกรุงเทพฯ

บริษัท เดอะ เกรทไฟน์อาร์ท จำกัด
47 หลานหลวง แขวงวัดโสมนัส
เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
โทร.021634550

The Great Fine Art
47 Larn Luang rd., Wat Sommanat
Porm Prap Sattru Phai, Bangkok 10100
Tel. 021634550

e-mail : [email protected]

'Shade'นิทรรศการเดี่ยวโดย : วนนท์ รักศิริพงษ์ (Vanont)ภัณฑารักษ์ : โศภิรัตน์ ม่วงคำ1 - 28 กันยายน 2569ณ 𝑭𝑼𝑱𝑰𝑭𝑰𝑳𝑴 𝑯𝒐𝒖𝒔𝒆 𝒐...
30/08/2026

'Shade'
นิทรรศการเดี่ยวโดย : วนนท์ รักศิริพงษ์ (Vanont)
ภัณฑารักษ์ : โศภิรัตน์ ม่วงคำ
1 - 28 กันยายน 2569
ณ 𝑭𝑼𝑱𝑰𝑭𝑰𝑳𝑴 𝑯𝒐𝒖𝒔𝒆 𝒐𝒇 𝑷𝒉𝒐𝒕𝒐𝒈𝒓𝒂𝒑𝒉𝒚, 𝑺𝒊𝒂𝒎 𝑺𝒒𝒖𝒂𝒓𝒆 𝑶𝒏𝒆 ชั้น 𝑳𝑮

เปิดนิทรรศการ
วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป
ณ 𝑭𝑼𝑱𝑰𝑭𝑰𝑳𝑴 𝑯𝒐𝒖𝒔𝒆 𝒐𝒇 𝑷𝒉𝒐𝒕𝒐𝒈𝒓𝒂𝒑𝒉𝒚, 𝑺𝒊𝒂𝒎 𝑺𝒒𝒖𝒂𝒓𝒆 𝑶𝒏𝒆 ชั้น 𝑳𝑮

โครงการศิลปะสหสาขาเชิงประสบการณ์ หัวข้อ "ฟากขโน้น: The Other Side" โดยวารินแล็บ โนแมด (Warin Lab Nomad) เพื่อสร้างบทสนทน...
29/08/2026

โครงการศิลปะสหสาขาเชิงประสบการณ์ หัวข้อ "ฟากขโน้น: The Other Side" โดยวารินแล็บ โนแมด (Warin Lab Nomad) เพื่อสร้างบทสนทนาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อันลึกซึ้งของย่านคลองสาน ผ่านนิทรรศการศิลปะ กิจกรรมชุมชน และเสวนาที่จะดำเนินต่อเนื่อง 3 เดือน

"ฟากขโน้น: The Other Side" สำรวจประวัติศาสตร์ และเรื่องราวของย่านคลองสานในหลากหลายมิติ ด้วยเป้าหมายสำคัญสองประการ คือการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการชวนให้มองเห็นว่าวัฒนธรรมคือทรัพยากรที่มีคุณค่าในการพัฒนาเมือง

สุคนธ์ทิพย์ นาคเกษม ผู้ก่อตั้งวารินแล็บ โนแมด และผู้อำนวยการและภัณฑารักษ์ร่วม กล่าวถึงความสำคัญของ "ฟากขโน้น: The Other Side" ในช่วงเวลานี้ว่า "ท่ามกลางการเติบโตและเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ สิ่งที่ชาวกรุงเทพฯ ต้องการไม่ใช่แค่อาคารสถานที่ แต่คือความเชื่อมโยงระหว่างการพัฒนาและวัฒนธรรม"

ทีมภัณฑารักษ์ประกอบด้วย นักรบ มูลมานัส ตำแหน่งผู้อำนวยการศิลป์ และ ดร.ไกรวุฒิ จุลพงศธร ในฐานะภัณฑารักษ์ร่วม (ภาพเคลื่อนไหว) โครงการนี้วางแผนจัดนิทรรศการและกิจกรรมสาธารณะในหลายพื้นที่ในย่านคลองสาน โดยมุ่งหวังทั้งสร้างความผูกพันระหว่างผู้คนกับชุมชนของตนเอง อนุรักษ์วัฒนธรรมและความทรงจำร่วม และเปิดพื้นที่ให้คนต่างรุ่นได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ผ่านการขับเคลื่อนของศิลปะร่วมสมัย

โครงการจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2569 ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2570 โดยรายละเอียดเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเวลาเปิดปิด เส้นทางการเดินทาง และกิจกรรมต่างๆ จะประกาศให้ทราบในเร็วๆ นี้

"ฟากขโน้น: The Other Side" เป็นหมุดหมายแรกของแพลตฟอร์มศิลปะเชิงพื้นที่ที่ดำริขึ้นโดยวารินแล็บ โนแมดภายใต้ร่ม “โครงการศิลปะกาละ-เทศะ (Of Times and Places)" ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างบทสนทนาด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านศิลปะร่วมสมัยในพื้นที่ต่างๆ ของเมือง

WHITE EYESโดย พรรณพร ตันติธรรมฐิติ (PANNAPORN TANTITHAMTHITI)15 สิงหาคม – 13 กันยายน พ.ศ. 2569ที่ BNC Creatives RCA (หยุ...
28/08/2026

WHITE EYES
โดย พรรณพร ตันติธรรมฐิติ (PANNAPORN TANTITHAMTHITI)
15 สิงหาคม – 13 กันยายน พ.ศ. 2569
ที่ BNC Creatives RCA (หยุดทุกวันจันทร์)

ผลงานชุดนี้เป็นการสำรวจความย้อนแย้งของสังคมร่วมสมัยผ่านการสร้างภาพพอร์เทรต โดยการแทนที่ดวงตาของมนุษย์ด้วยสีขาวว่างเปล่า เพื่อตัดขาดสายตา (The Gaze) และการสื่อสารอารมณ์ระหว่างกัน แต่กลับถ่ายทอดวัตถุ เสื้อผ้า และสิ่งแวดล้อมรอบตัวด้วยรายละเอียดที่สมจริง เป็นการย้ายความสำคัญจากตัวตนมนุษย์ไปสู่โลกวัตถุ เพื่อสะท้อนว่า สังคมปัจจุบันกำลังวัดคุณค่าชีวิตจากสิ่งที่มองเห็นได้ มากกว่าสิ่งภายในที่ไม่ไม่อาจบันทึกได้

Rest in Peace YAYOI KUSAMA (1929 - 2026) "ความฝันสูงสุดของฉันคือการเป็นศิลปินตราบวาระสุดท้าย"- ยาโยยิ คุซามะ (YAYOI KUSA...
28/08/2026

Rest in Peace
YAYOI KUSAMA (1929 - 2026)

"ความฝันสูงสุดของฉันคือการเป็นศิลปินตราบวาระสุดท้าย"
- ยาโยยิ คุซามะ (YAYOI KUSAMA)-

ยาโยยิ คุซามะ (YAYOI KUSAMA) ศิลปินอาว็อง-การ์ด (Avant Garde) ชาวญี่ปุ่นที่ไปสร้างชื่อเสียงในนิวยอร์กช่วงยุค 60 ด้วยผลงานที่โดดเด่นอย่าง ลายจุด ฟักทอง กระจก ตาข่าย และอวัยวะเพศ ทำให้เธอกลายเป็นศิลปินหญิงที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของยุค แต่กว่าจะมีชื่อเสียงระดับโลก เส้นทางของคุซามะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หรืออาจเรียกได้ว่ามีขวากหนามแหลมคมคอยทิ่มแทงเธออยู่ทุกย่างก้าว

ยาโยย คุซามะ เริ่มต้นการวาดรูปพร้อมกับอาการเห็นภาพหลอนของเธอตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เด็กหญิงที่ไม่สามารถวิ่งเล่นได้แบบเด็กทั่วไป ต้องใช้ชีวิตผ่านการมองเห็นแสงไฟวูบวาบและลายจุดที่เรียงต่อกันอย่างหนาแน่น จนเธอต้องระเบิดมันออกมาบนพื้นผิวของทุกอย่างที่สามารถหาได้ วัยเด็กที่เจ็บปวดอยู่กับเธอตลอดมาไม่เว้นแม้แต่ยามที่เธอได้เป็นศิลปิน คุซามะเริ่มต้นเรียนศิลปะที่มหาวิทยาลัยโตเกียวก่อนจะค้นพบว่าวงการศิลปะของญี่ปุ่นในยุคสมัยนั้นคับแคบและกีดกันศิลปินหญิง เธอจึงตัดสินใจเดินทางไปศึกษาศิลปะที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ด้วยวัยเพียง 27 ปี

ที่นิวยอร์กเธอพบกับสภาพแวดล้อมใหม่ที่เปิดกว้างกับงานสร้างสรรค์ทุกรูปแบบ พื้นผิวที่เธอระเบิดภาพในหัวลงไปมีมากมาย อาทิ ผ้าใบ รูปปั้น งานภาพถ่าย วิดีโอ การจัดวาง การทำงานตลอดเวลาของเธอนอกจากจะเป็นการบำบัดเรื่องภาพหลอนอย่างหนึ่งแล้ว ผลงานที่มาจากจิตวิญญาณที่ไม่เหมือนใครยังกลายเป็นแรงบันดาลใจแก่ศิลปินแนว pop art หลายคน อาทิ Andy Warhol และ George Segal เป็นต้น

หลังจากสร้างสรรค์ผลงานที่นิวยอร์กมาได้สักพัก ในปี 1973 คุซามะตัดสินใจเดินทางกลับมาพักรักษาตัวที่ประเทศญี่ปุ่น และตัดสินใจเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชอย่างถาวร แต่การสร้างงานศิลปะยังคงดำเนินต่อไป เธอเลือกสร้างสตูดิโอไว้ใกล้กับโรงพยาบาล เพื่อจะได้เดินไปวาดรูปได้ทุกวัน เธอเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า "ความฝันสูงสุดของฉันคือการเป็นศิลปินตราบวาระสุดท้าย"

Residual Frequencies by Arnont Nongyao at Neu Contemporary22 August - 27 September 2026
24/08/2026

Residual Frequencies
by Arnont Nongyao
at Neu Contemporary
22 August - 27 September 2026

Dystopiaโดย วสันต์ สิทธิเขตต์28 สิงหาคม - 20 พฤศจิกายน 2569ที่  New Orleans ถนนผ่านฟ้าNew Orleans x Rebel Art Space เปิด...
24/08/2026

Dystopia
โดย วสันต์ สิทธิเขตต์
28 สิงหาคม - 20 พฤศจิกายน 2569
ที่ New Orleans ถนนผ่านฟ้า

New Orleans x Rebel Art Space เปิดพื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ศิลปะร่วมสมัยประเดิมด้วย ‘Dystopia’ นิทรรศการเดี่ยวครั้งใหม่ของ ‘วสันต์ สิทธิเขตต์’

จากอดีตสำนักงานหนังสือพิมพ์ บางกอกเวิลด์ พระนคร ที่ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2503 และร้านอาหารชื่อดังฝั่งพระนคร สู่การกลับมาเปิดพื้นที่อีกครั้งในฐานะพื้นที่ร่วมสมัย New Orleans x Rebel Art Space ขอเชิญชวนผู้สนใจในศิลปะร่วมสำรวจโลกในอีกมุมมอง ผ่านนิทรรศการ “Dystopia” ผลงานของ วสันต์ สิทธิเขตต์ ศิลปินและนักเคลื่อนไหวทางสังคม โดยมีไฮไลต์สำคัญอย่าง “Lord Buddha visit this world 2024” (พระพุทธเจ้าเสด็จโลก 2567) ขนาด 3 x 6 เมตร ซึ่งนับเป็นผลงานขนาดใหญ่ที่สุดชิ้นหนึ่งของศิลปิน ซึ่งสร้างขึ้นเป็นพิเศษเพื่อนำมาจัดแสดงในพื้นที่แห่งนี้โดยเฉพาะ และนับเป็นหนึ่งในผลงานสำคัญของนิทรรศการในครั้งนี้

Dystopia เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง New Orleans และ Rebel Art Space ในโอกาสการ กลับมาเปิดพื้นที่อีกครั้ง หลังจากร้านอาหาร New Orleans ได้ปิดให้บริการชั่วคราวไปเมื่อปี พ.ศ. 2563 เพื่อคืนลมหายใจให้อาคารเก่าสไตล์ยุโรปที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและประวัติศาสตร์ของเมืองหลวง ได้กลับมามีชีวิตในฐานะพื้นที่ร่วมสมัยที่เชื่อมโยงทั้งผู้คน อาหาร ศิลปะ และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน การประเดิมพื้นที่ในโซน Art Space ด้วยนิทรรศการของ ‘วสันต์ สิทธิเขตต์’ จึงนับเป็นการนำผลงานศิลปะร่วมสมัยมาสนทนากับบริบทของสถานที่ในรูปแบบที่น่าสนใจ

การเดินทางโดย สมัย จันดาศรี ⎮เตชิษฎ์พร ชัยพิพัฒน์ ⎮พงศ์จรัศ รัชนี ⎮ณัฐวุฒิ รังผึ้ง ⎮ทศพล เบ็ญกูล ⎮กิตติพงศ์ พากเพียร5 - ...
21/08/2026

การเดินทาง
โดย สมัย จันดาศรี ⎮เตชิษฎ์พร ชัยพิพัฒน์ ⎮พงศ์จรัศ รัชนี ⎮ณัฐวุฒิ รังผึ้ง ⎮ทศพล เบ็ญกูล ⎮กิตติพงศ์ พากเพียร

5 - 27 กันยายน 2026
6060 Arts Space (ตึกขาว + ตึกดำ)

การเดินทางและการศึกษาเป็นกระบวนการเคลื่อนที่และเรียนรู้ที่นำมนุษย์ไปสู่การเติบโต ผ่านประสบการณ์ ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และการพบเจอสิ่งใหม่ ๆ เช่นเดียวกับการเดินทางของชีวิตที่แต่ละคนล้วนมีเรื่องราว บาดแผล และความเจ็บปวดที่แตกต่างกัน แม้เราไม่อาจมองเห็นสิ่งเหล่านั้นจากภายนอก แต่ทุกคนต่างต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับบาดแผลของตนเอง พร้อมกับดำเนินชีวิต ทำงาน ดูแลคนที่รัก และรับผิดชอบต่อหน้าที่ต่าง ๆ

การออกไปใช้ชีวิต เปิดรับประสบการณ์ใหม่ พบเจอผู้คน และเรียนรู้สิ่งรอบตัว จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้มนุษย์ก้าวต่อไป แม้บาดแผลบางอย่างอาจไม่สามารถลบเลือนได้ แต่เราสามารถเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมัน และไม่ปล่อยให้ความเจ็บปวดมากำหนดชีวิตทั้งหมดของเรา

ขณะเดียวกัน ผลงาน “วัฏฏะ (Mass)” ตั้งคำถามถึงการผลิตซ้ำของผู้คนและโครงสร้างอำนาจในสังคม ผ่านประติมากรรมรูปเท้าจำนวนมากที่หล่อจากแม่พิมพ์เดียวกัน แม้มีสีสันแตกต่างกัน แต่กลับมีรูปทรงเหมือนกัน เปรียบเสมือนปัจเจกบุคคลที่มีความแตกต่างเฉพาะตัว แต่ดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้ระบบ กฎเกณฑ์ และค่านิยมเดียวกัน

เท้าสีทองเพียงชิ้นเดียวในกลุ่มทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของ “สถานะแห่งอำนาจ” ซึ่งไม่ได้เกิดจากความแตกต่างโดยกำเนิด หากเกิดจากบทบาทและโครงสร้างที่สังคมสร้างขึ้น อำนาจจึงไม่ได้แยกขาดจากมวลชน แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบเดียวกัน และสามารถถูกแทนที่หรือหมุนเวียนได้เสมอ การหล่อเท้าจำนวนมากจากแม่พิมพ์เดียวกันจึงสะท้อนวงจรการผลิตซ้ำของผู้คน บทบาท และโครงสร้างทางสังคมที่ดำเนินต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด

ท้ายที่สุด การเดินทางของมนุษย์อาจนำไปสู่ทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว แต่ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางใด มนุษย์ล้วนเคลื่อนตัวไปข้างหน้า ผ่านประสบการณ์ ความคิด การสร้างสรรค์ และการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหล่อหลอมให้เกิดทั้งตัวตนและความงามทางสุนทรียภาพ เช่นเดียวกับธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และส่งผลต่อจิตใจและการดำรงอยู่ของมนุษย์

ชีวิต ชีวา Giving Life ที่ Dib Bangkok (ดิบ บางกอก) 26 กันยายน 2569 - 3 พฤษภาคม 2570 เปิดให้จองบัตรล่วงหน้าวันที่ 1 กันย...
20/08/2026

ชีวิต ชีวา Giving Life

ที่ Dib Bangkok (ดิบ บางกอก)
26 กันยายน 2569 - 3 พฤษภาคม 2570

เปิดให้จองบัตรล่วงหน้าวันที่ 1 กันยายน 2569

ชีวิต ชีวา (Giving Life) นำเสนอผลงานกว่า 160 ชิ้นจากศิลปินไทยและนานาชาติ 33 คน โดยมีผลงานชิ้นสำคัญที่หาชมได้ยากของ อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์ ศิลปินผู้พลิกโฉมประติมากรรมแห่งศตวรรษที่ 20 เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของนิทรรศการ เพื่อถ่ายทอดพลังแห่งการเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลง และการเริ่มต้นชีวิตใหม่ผ่านศิลปะ

นิทรรศการ ชีวิต ชีวา Giving Life ยังพาผู้ชมร่วมศึกษาช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของประวัติศาสตร์ศิลปะยุคใหม่ของไทยในช่วงปลายยุคสงครามเวียดนาม (ระหว่างปี พ.ศ. 2498–2518) ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่คาลเดอร์มาจัดแสดงนิทรรศการ Calder’s Circus ที่ หอศิลป พีระศรี หอศิลปะสาธารณะแห่งแรกของไทย ในปี พ.ศ. 2518 ซึ่งถือเป็นการจัดแสดงงานของคาลเดอร์ครั้งแรกในประเทศ อีกทั้งยังเกิดในช่วงที่ศิลปินไทยรุ่นใหม่เริ่มเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางศิลปะของไทยในช่วงที่สังคมและการเมืองกำลังเปลี่ยนผ่าน ทำให้เกิดแนวคิด “ศิลปะเพื่อชีวิต” ที่เชื่อมโยงศิลปะกับสังคมและผู้คนมากขึ้น

BIT ROOT REVIVAL: THE 9 GLITCHES OF FORTUNEby Phubes Thongsemที่ Art4C, Gallery and Creative Learning Spaceจนถึงวันที่ 1...
19/08/2026

BIT ROOT REVIVAL: THE 9 GLITCHES OF FORTUNE
by Phubes Thongsem
ที่ Art4C, Gallery and Creative Learning Space
จนถึงวันที่ 14 กันยายน 2569

BIT ROOT REVIVAL: THE 9 GLITCHES OF FORTUNE ชวนตั้งคำถามถึงเส้นขนานระหว่าง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (Bit) และ จิตวิญญาณ ภูมิปัญญาดั้งเดิม (Root) โดยใช้ศิลปะเป็นสะพานเชื่อม

นำเสนอผ่านตัวละครหลัก "PNO" (The Conscious Glitch) ที่มองว่า Bug ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดของระบบ แต่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ระบบตื่นรู้ รวมถึงการใช้นัยยะของรหัสความถี่ 3-6-9 ในการฟื้นฟูสมดุล เป็นการผสมผสานระหว่าง Contemporary Painting, Pixel Art, ประติมากรรม และ Art Toys เพื่อสร้างประสบการณ์เชิงมิติที่หลากหลาย

Defragmentation 4.0 in Bangkokโดย มาร์ซิน เบียลาสจัดแสดงระหว่าง 3 กันยายน - 11 ตุลาคม 2569ณ  ARDEL Gallery of Modern Art...
18/08/2026

Defragmentation 4.0 in Bangkok
โดย มาร์ซิน เบียลาส
จัดแสดงระหว่าง 3 กันยายน - 11 ตุลาคม 2569
ณ ARDEL Gallery of Modern Art (หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล)

"สำหรับผม การวาดภาพไม่เคยเป็นเพียงเครื่องมือในการแสดงภาพความเป็นจริง แต่เป็นวิธีการคิดผ่านภาพ เป็นภาษาภาพสำหรับการบันทึกอารมณ์ ความทรงจำ และประสบการณ์"

Defragmentation 4.0 in Bangkok คือนิทรรศการที่สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์ของมนุษย์ พื้นที่ และความเป็นจริงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกยุคปัจจุบัน ศิลปินตรวจสอบขอบเขตที่พร่าเลือนขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างธรรมชาติและสิ่งประดิษฐ์ ระหว่างกายภาพที่จับต้องได้และภาพเสมือน มาร์ซิน เบียลาส สร้างพื้นที่ที่กระตุ้นให้เกิดการไตร่ตรองถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างชีววิทยา วัฒนธรรม เทคโนโลยี และประสบการณ์ของมนุษย์ ผ่านผลงานวาดเส้นและภาพพิมพ์โลหะร่องลึก ที่ผนึกเทคนิคโบราณอันทรงคุณค่าซึ่งให้ลายเส้นคมชัด ประณีต และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบดั้งเดิม เข้ากับไวยากรณ์ทัศนศิลป์ร่วมสมัยได้อย่างทรงพลัง

Address


Opening Hours

Monday 09:30 - 17:30
Tuesday 09:30 - 17:30
Wednesday 09:30 - 17:30
Thursday 09:30 - 17:30
Friday 09:30 - 17:30

Telephone

+6621634550

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Fineart Magazine Thailand posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to Fineart Magazine Thailand:

Shortcuts

  • Want your business to be the top-listed Media Company?

Share